ทันทีที่เสียงเงียบลง อินซิวก็ลืมตาพรึ่บ
เขาจ้องประตูเขม็ง ช่องใต้ประตูหอพักแคบมาก มองลอดออกไปไม่เห็นสถานการณ์ด้านนอก ทว่าเขากลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงตัวตนที่โดดเด่นอวดดีของคนด้านนอก ทั้งสายตาและกลิ่นอายของอีกฝ่าย
ภาพตรงหน้าทำให้อินซิวนึกถึงตอนที่หลีม่อมาหาเขาครั้งแรกแทบจะในทันที อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าประตู ก่อนจะยกมือขึ้นเบา ๆ แล้วเคาะประตูห้อง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก—”
เสียงเคาะดังขึ้นในหอพักอันเงียบสงบอย่างที่คาดไว้ อินซิวลุกขึ้นนั่ง จ้องประตูเขม็ง
กฎการผ่านด่านข้อห้า: กลางคืนต้องรูดม่าน อย่าจ้องออกไปนอกหน้าต่าง และอย่าสนใจเสียงใด ๆ จากด้านนอกประตูหรือหน้าต่าง พวกมันจะสูญเสียสติ คลุ้มคลั่ง และออกตามหาคุณ
อินซิวไม่อาจตัดสินได้ว่าพวกมันคืออะไรกันแน่ แต่เมื่อกฎระบุชัดว่าอย่าสนใจเสียงจากด้านนอกประตูหรือหน้าต่าง เช่นนั้นก็ห้ามสนใจเด็ดขาด
แววตาของเขาหม่นลง รูม่านตาดำมืดดุจราตรี เขาฟังเสียงฝน พลางจ้องประตูอย่างเงียบงัน รอให้เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก—”
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง แผ่วเบาแต่หนักแน่น พร้อมกับเสียงคุ้นเคยอย่างยิ่งที่ดังตามมา “เปิดประตูให้หน่อยได้ไหม?”
อินซิวขมวดคิ้วทันควัน “ถ้ายังเลียนเสียงเขาอีก ฉันจะโกรธแล้วนะ”
‘คน’ ที่อยู่หน้าประตูไม่ตอบ ทว่ากลับแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาอย่างเงียบเชียบ ความชื้นของค่ำคืนฝนพรำซึมผ่านบานประตูบาง ๆ เข้ามา ทำให้ทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยความชื้น
