เขาเร่งฝีเท้าตามขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว หวังจะเข้าใกล้เงาร่างของคนคนนั้น แต่ทุกครั้งที่ขึ้นไปอีกชั้น เงาร่างอีกฝ่ายก็เข้าไปอยู่บนชั้นถัดไปแล้ว เหลือเพียงหางตาให้เห็นแวบหนึ่ง
“หลีม่อ?” อินซิวร้องเรียก เสียงของเขาดังก้องอยู่ในอาคารเรียนอันเงียบงัน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่หยุดฝีเท้า
เพียงเสียงเรียกครั้งเดียว อินซิวก็หยุดตามทันที เขายืนนิ่งเงียบอยู่ตรงชานพักบันไดชั้นสาม ฟังเสียงฝีเท้าเหนียวหนืดนั้นค่อย ๆ เดินขึ้นไป
อยู่ใกล้ขนาดนี้ อีกฝ่ายไม่มีทางไม่ได้ยินเสียงเขา ไม่เพียงไม่หยุด ยังเดินหน้าต่อไปอีก
อินซิวกำมีดไว้เงียบ ๆ ไม่ใช่หลีม่อแน่ ต้องไม่ใช่แน่นอน
แต่ทั้งเงาร่างและบรรยากาศกลับคล้ายกันถึงเพียงนี้ หรือดันเจี้ยนนี้จะใช้คนใกล้ตัวเขามาล่อลวงเขาอีกแล้ว?
เมื่อมีตัวอย่างจากบาปทั้งเจ็ดอยู่ตรงหน้า อินซิวจึงไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเดินออกจากอาคารเรียน มือกดด้ามมีดไว้พลางระแวดระวังตลอดทาง
ดูท่าเขาคงต้องระวังตัวให้มากในดันเจี้ยนนี้
วันนี้ปรากฏหลีม่อ พรุ่งนี้อาจเป็นคนอื่นก็ได้ เขาต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ในดันเจี้ยนนี้มีผู้เล่นเพียงคนเดียว นั่นคือเขา ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว
เมื่อออกจากอาคารเรียน อินซิวยืนอยู่บนสนามกีฬาแล้วหันกลับไปสำรวจอาคารทั้งหลัง พยายามมองหาเงาคุ้นตาเมื่อครู่นั้นตามชั้นต่าง ๆ แต่ก็ไม่พบ เงาที่คล้ายหลีม่อหายวับไปทันทีหลังจากเขาล้มเลิกการตามขึ้นไป
