ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างผุดขึ้นมา
อินซิวขมวดคิ้วน้อย ๆ แต่ไม่สะทกสะท้าน เขาถือถังเดินต่อไปข้างหน้า “ผมไปดูหน่อย”
จงมู่เหลือบมองผู้เล่นที่หน้าซีดเผือดอยู่ข้าง ๆ ก่อนรวบรวมความกล้า “ผมไปดูด้วยครับ”
ตอนนี้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ต่างตกใจกับความผิดปกตินี้จนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ แต่เขาจำเป็นต้องตามไปด้วย หากอินซิวเกิดเรื่องขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็ยังแจ้งผู้เล่นคนอื่นได้ทัน
อินซิวไม่ได้สนใจจงมู่ เขากลั้นหายใจแล้วเดินลึกเข้าไปในตรอก
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเจ้าแม่ราตรี เงาร่างที่มักปรากฏนอกหน้าต่างของเขาในยามค่ำคืน บัดนี้กลับมายืนอยู่หน้าบ้านของเขาในยามโพล้เพล้ ซึ่งไม่ควรจะปรากฏตัว
ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดนั้นถูกฉาบด้วยแสงอ่อนโยนของยามสนธยา เมื่อเทียบกับความเย็นเยียบในยามค่ำคืนแล้ว ดูมีความเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้างหลายส่วน ทว่าก็ยังปิดบังความน่าขนลุกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของนางไม่ได้
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะมาหาผมในเวลาแบบนี้” อินซิวจ้องร่างใหญ่โตที่ขวางอยู่ในตรอกอย่างเฉยชา “วันนี้ผมก็ตกปลาไม่ได้สักตัว ยังไม่มีของเซ่นไหว้เตรียมไว้ให้คุณด้วย”
“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันไม่ต้องกินของเซ่นไหว้ของเธอ” เจ้าแม่ราตรียิ้มเย็นยะเยือก มองอินซิวที่อยู่ตรงหน้า รวมถึงจงมู่ที่วิ่งตามมาหอบ ๆ อยู่ด้านหลังเขา
“เธอเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วนะ ที่เปลี่ยว ๆ ของเธอแห่งนี้มีคนอื่นแวะเวียนมานอกจากฉันด้วย ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ ผู้เล่นพวกนั้นยอมรับเธอด้วยหรือ”
อินซิวมีสีหน้าเรียบเฉย “มาหาผมคุยเล่นเหรอ? ผมไม่มีเวลานะ”
