อินซิวไม่สนใจอาการสั่นเทาของพ่อค้าแผงลอย เพียงเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ซื้อคำทำนายของคุณสองใบ ราคาเท่าไร?”
พ่อค้าแผงลอยชะงัก ก่อนจะหดตัวด้วยความหวาดกลัว “ซื้อ...ซื้อคำทำนายหรือ?”
“ใช่” อินซิวมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “ตอนเจอกันครั้งแรก คุณบอกว่าสามารถทำให้คนรู้อนาคตล่วงหน้า เพื่อป้องกันเรื่องยุ่งยากบางอย่าง และเกลี้ยกล่อมคนที่ชีวิตลำบากให้ยอมแพ้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ใช่ไหม?”
“เอ่อ...ใช่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ละเอียดขนาดนั้น แค่สรุปชีวิตช่วงครึ่งหลังของคนคนหนึ่งเท่านั้น”
อินซิวยกมือชี้ตัวเอง “ผมอยากรู้อนาคตของตัวเอง”
พ่อค้าแผงลอยลังเล พลางเหลือบมองอินซิวอย่างระมัดระวัง “ที่จริง การทำนายอนาคตเป็นจุดอันตรายที่ใช้ล่อให้ผู้เล่นทำธุรกรรม โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล...ทำนายได้จริง แต่ถ้าไม่มีสิ่งมีค่ามหาศาลมาแลก ผมก็ทำนายให้ไม่ได้...”
“สิ่งมีค่ามหาศาล...” อินซิวครุ่นคิด พ่อค้าแผงลอยรู้ทรัพย์สินในดันเจี้ยนของเขาอยู่แล้ว ที่ลังเลขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าเงินห้าแสนก็ยังไม่พอ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยืน หันไปสำรวจรอบด้าน แล้วเลือกประตูห้องบานหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามพ่อค้าแผงลอย จากนั้นนำป้ายเลขห้อง 303 ที่ได้มาจากชั้นความโลภไปแขวนไว้
ห้องหลังประตูพลันกลายเป็นห้องแห่งความโลภที่อัดแน่นไปด้วยอัญมณี ข้างในยังมีชายประหลาดที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยอัญมณีนั่งอยู่ด้วย
“เอ๊ะ? ดันเจี้ยนจบแล้วไม่ใช่เหรอ? ผมนึกว่าจะไม่ต้องทำงานล่วงเวลาแล้วซะอีก” ชายคนนั้นนั่งอยู่ท่ามกลางกองอัญมณี สีหน้าสับสน
อินซิวไม่ได้มองเขา แต่หันไปถามพ่อค้าแผงลอยที่อยู่ตรงข้าม “แค่นี้พอไหม?”
พ่อค้าแผงลอยรีบพยักหน้า ก่อนฉวยโอกาสพูดต่อ “แต่ยังไงก็ต้องเก็บทรัพย์สินในดันเจี้ยนจากผู้เล่นสักหน่อย นอกจากอัญมณีพวกนี้แล้ว ยังต้องมีทรัพย์สินในดันเจี้ยนอีกนิดหน่อยครับ”
