ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอต่างพากันหุบปากอย่างว่าง่าย ไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องเพื่อนร่วมห้องอีกแม้แต่คำเดียว ทุกคนแสร้งทำเป็นหลุดการเชื่อมต่อ
หลีม่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาดำสนิทราวหมึกมองไปยังอินซิวที่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ ภายในห้องอันเงียบสงัดมีเพียงพวกเขาสองคน ไม่มีใครอื่นมารบกวน
หลังจากเงียบงันไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อย ๆ ก้าวเดินไปหาอินซิว
พอข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอเห็นเขาขยับ ก็พลันพากันตื่นเต้นขึ้นมาทันที ต่างจ้องหน้าจอแน่วแน่ ไม่รู้ว่าในตอนที่ไม่มีใครอยู่แบบนี้ เขาจะทำอะไรกับอินซิว
ในใจพวกเขา สัตว์ประหลาดก็คือสัตว์ประหลาด แม้ตอนนี้จะแสดงท่าทีไม่เป็นภัย ก็ยากจะบอกได้ว่ามันมีจุดประสงค์อะไร
ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอเห็นอินซิวหลับไปหลังได้ยินหลีม่อกล่าวราตรีสวัสดิ์ทุกครั้ง แถมยังหลับตาลงราวกับถูกสะกดจิต นั่นยิ่งทำให้พวกเขากังวล
พวกเขาจ้องภาพอย่างไม่วางตา หากเห็นท่าทีที่อาจเป็นอันตรายแม้เพียงนิดเดียว ก็จะรีบไปแจ้งเย่เทียนเสวียนทันที
แต่หลีม่อเพียงหยุดยืนตรงหน้าอินซิว แล้วก้มมองเขา
ภายในห้องเงียบสนิท นอกจากลมหายใจแผ่วเบาและสม่ำเสมอของอินซิว ก็ไม่มีเสียงอื่นใด
แสงริบหรี่ที่ส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่างขับเน้นใบหน้าด้านข้างของเขา เส้นผมสีดำทิ้งตัวลงปรกเล็กน้อย เงาทอดคลุมแพขนตา แก้มขาวผ่องอาบอยู่ในแสงสว่าง ราวกับงานศิลป์ที่ผ่านการแกะสลักอย่างประณีต งดงามจนซีดขาว
ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอมองภาพนั้นอย่างหลงใหล หลีม่อก็เช่นกัน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปถึงเมืองเล็ก หลีม่อก็อยากทำบางอย่างหลังอินซิวหลับมาตลอด เพียงแต่คนผู้นี้แม้แต่ตอนนอนก็ยังระแวดระวัง สติอยู่กึ่งหลับกึ่งตื่น แค่เข้าใกล้เพียงนิด ร่างกายก็จะชักดาบออกมาโดยสัญชาตญาณ
