เขาครุ่นคิดด้วยความสงสัย ก่อนตัดสินใจว่าสำรวจชั้นนี้ดูก่อนดีกว่า
เขาเพิ่งก้าวไปข้างหน้าได้ก้าวเดียว จู่ ๆ ประตูห้องบานหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลก็เปิดออก ผู้เล่นที่ทั่วร่างเปื้อนเลือดสีดำแดงเดินออกมาจากข้างใน
คนคนนั้นสวมหน้ากากที่เดิมทีอาจเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แผ่ไอเย็นเยียบไปทั่วกาย ราวกับศพที่เดินได้ซึ่งเพิ่งคลานขึ้นมาจากหลุมฝังศพ ไร้กลิ่นอายของชีวิตโดยสิ้นเชิง
อินซิวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองเห็นหมายเลข “1” บนชุดนักโทษที่เปื้อนเลือดเป็นดวง ๆ สิ่งที่ทำให้เขานิ่งงันยิ่งกว่าคือดาบที่ห้อยอยู่ตรงเอวของอีกฝ่าย ซึ่งคล้ายกับของเขามาก เพียงแต่ฝักดาบเป็นสีขาว
ชั่วขณะนั้นอินซิวก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดเย่เทียนเสวียนถึงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเขา
คนที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของอสูรกายและผู้เล่น ทั้งยังถือดาบอยู่ในมือ ช่างเหมือนอินซิวในอดีตเสียเหลือเกิน—ตอนที่ยังไม่เกษียณตัวเองและยังกราดเกรี้ยวเข่นฆ่าผู้คนในดันเจี้ยนไปตลอดทาง
การสังหารผู้เล่นกับอสูรกายจนหมดสิ้นก็เป็นสิ่งที่เขาในอดีตทำได้ไม่ต่างกัน
เขามองผู้เล่นที่อยู่ห่างออกไปอีกฟากของทางเดินครึ่งหนึ่ง แล้วชั่วขณะนั้นก็รู้สึกราวกับมองข้ามกาลเวลาไปเห็นตัวเองอีกคน
“คุณ...เป็นใคร?” เขากำดาบแน่นโดยไม่รู้ตัว พลางขมวดคิ้วถาม
อีกฝ่ายไม่ตอบ เบื้องหลังหน้ากากเปื้อนเลือดมีเพียงความเงียบ ข้างกายยังมีประตูบาปสวมหน้ากากสีส้มลอยออกมาอย่างเชื่องช้า มันกระซิบข้างหูชายคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา “มดปลวก มดปลวก มดปลวก มดปลวก...”
ผู้เล่นค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับอินซิว ก่อนชักดาบจากเอวออกมาอย่างไร้อารมณ์
อินซิวยกคิ้ว แล้วชักดาบของตัวเองออกมาโดยไม่ส่งเสียง แม้จะถูกใส่กุญแจมือทั้งสองข้าง และการฆ่าคนยังเพิ่มค่ามลทิน แต่เขาไม่ชอบให้ประตูบาปกระจ้อยร่อยดูแคลนเอาเสียเลย
