อินซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เหมือนฉันมากเหรอ?”
“ก็แค่นิดเดียว อยู่ไกลกันไปหน่อย ฉันเลยไม่ค่อยแน่ใจ” เย่เทียนเสวียนใช้นิ้วกะระยะให้ดู “อาจเป็นฉันมองผิดก็ได้ นายก็รู้ว่าฉันหัวไม่ค่อยดี แถมยังเวียนหัวตาลายอยู่บ่อย ๆ”
“แต่อย่างน้อยคงไม่ถึงขั้นจำคนอื่นเป็นฉันหรอกมั้ง?” อินซิวจ้องเขาเขม็ง “เหมือนฉันแค่ไหน?”
เย่เทียนเสวียนใช้นิ้วกะระยะอีกครั้ง “นิดเดียว ฉันอธิบายไม่ค่อยถูกหรอก นายต้องเจอคนนั้นด้วยตัวเองถึงจะรู้”
อินซิวรู้สึกซับซ้อนกับท่าทีคลุมเครือ ปิดบังไม่ยอมพูดให้ชัดของเย่เทียนเสวียน ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมบอกตรง ๆ แสดงว่าการมีอยู่ของคนคนนั้นคงไม่ธรรมดา อินซิวจึงพยักหน้า ไม่ซักไซ้ต่อ “เข้าใจแล้ว ถ้าเจอเข้าฉันจะคอยสังเกตให้มากหน่อย”
เย่เทียนเสวียนยิ้มพลางพยักหน้า “นายเอาโทสะไปเถอะ ตัวนายมีเหรียญประตูบาปอยู่สองเหรียญแล้ว ถ้าพกไปอีกเหรียญ คนนั้นต้องมาหานายแน่”
อินซิวมองเหรียญโทสะในมือ “ประตูบาปของนาย นายไม่พกไว้เหรอ?”
“แค่ผูกพันธะไว้ก็พอแล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขา เดี๋ยวอารมณ์เสีย” เย่เทียนเสวียนโบกมืออย่างเกียจคร้าน ก่อนยกยิ้มมุมปาก “อีกอย่าง มันคิดว่าฉันคืออินซิว ถ้าเผลอหลุดโป๊ะขึ้นมาฉันก็อันตรายแย่ ตอนนี้ใช้งานมันจนเกือบคุ้มแล้ว ก็ต้องเอาไปไว้ข้างอินซิวตัวจริงสิ”
โทสะที่อยู่ข้าง ๆ ชะงักไป ก่อนจะค่อย ๆ ยกหน้ากากขึ้น มันมองเย่เทียนเสวียน แล้วหันไปมองอินซิวที่ถือเหรียญอยู่ คล้ายกำลังพยายามประมวลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วแสง
