เงาดำจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดมือเปิดประตูกลับไปโรงเรียนให้เย่เทียนเสวียน “ฉันไม่เชื่อ”
เย่เทียนเสวียนไม่สนใจมันแม้แต่น้อย เปิดประตูแล้วกลับไปยังโรงเรียนทันที
ในชั่วขณะที่ก้าวเข้าไปในมิติของเงาดำ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่างได้ราง ๆ
หรืออาจจะก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจเข้าสู่ดันเจี้ยน ในใจก็มีลางสังหรณ์เช่นนี้อยู่แล้ว
คำทำนายกำลังจะเป็นจริง
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมา
ผู้คนเรียกเขาว่านักบุญแห่งดันเจี้ยน เขาส่องสว่างให้ผู้คนนับไม่ถ้วน ทว่ากลับน่าเสียดายที่ไม่เคยส่องแสงให้คนที่มืดมนที่สุดในดันเจี้ยนเลย
โอกาสมาถึงแล้วไม่ใช่หรือ? แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็หนักหนาเหลือเกิน
ลมพายุพัดกระหน่ำทั่วท้องฟ้า เสียงหวีดหวิวปะปนไปกับเสียงคร่ำครวญของเหล่านักเรียน
เย่เทียนเสวียนเดินฝ่าสายลม ร่างโงนเงนราวกับเปลวเทียนที่ใกล้มอดดับ
เขาขึ้นไปบนอาคารเรียน แล้วขึ้นไปยังดาดฟ้า ยืนอยู่ตรงขอบสูง มองผู้เล่นเบื้องล่างที่ค่อย ๆ บิดเบี้ยว ดวงตาสีฟ้าสุกสกาวท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้ม ยิ่งดูคล้ายฟ้ากระจ่างแจ่มใส
“สุดท้ายก็ยังลังเลสินะ!” เงาดำลอยเข้ามาจากด้านหลัง เมื่อเห็นเย่เทียนเสวียนหยุดอยู่ตรงนั้น มันก็เอ่ยราวกับมั่นใจในคำตอบ
ลมแรงพัดผ่านดาดฟ้า กระโชกเสื้อผ้าของเย่เทียนเสวียนจนพองขึ้น ร่างของเขาดูแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวขึ้นอย่างเหลือเชื่อในชั่วพริบตา
เย่เทียนเสวียนไม่ตอบคำพูดของมัน เพียงก้มมองภาพมืดดำบิดเบี้ยวเบื้องล่าง จากนั้นก็หมุนแหวนบนนิ้วแล้วถอดออก
มันเป็นแหวนเงินธรรมดา วงแหวนตรงกลางมีเส้นโค้งสีม่วงพาดอยู่ ดูเรียบง่ายไม่สะดุดตา ทว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางลมแรงกลับเปล่งแสงริบหรี่ และพันธสัญญาที่ผูกอยู่กับมันนั้นถึงตายได้
