อินซิวยื่นมือไปลูบผมเด็กหญิงตัวน้อยอย่างสงบนิ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ฉันขอดูก่อนนะ ดูเสร็จแล้วจะสรุปให้ฟัง”
เด็กหญิงตัวน้อยย่นใบหน้าจิ๋ว ๆ อย่างไม่เต็มใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
หวังกว่างกำหมัดแน่นอยู่ข้าง ๆ แอบส่งกำลังใจให้เด็กหญิงในใจ ภาวนาให้เธอโกรธเร็ว ๆ!
แต่หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เด็กหญิงก็เพียงแกว่งตัวอย่างน้อยใจ ก่อนตอบรับอย่างเสียไม่ได้ว่า “ก็ได้... งั้นฟังพี่ชายก็ได้”
ท่าทางกระมิดกระเมี้ยนของเธอทำให้ความน้อยใจนั้นดูคล้ายกำลังออดอ้อนอยู่หน่อย ๆ
ความว่าง่ายเกินเหตุนี้ทำให้คนสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับตะลึง จงมู่กับหวังกว่างแทบไม่อยากเชื่อว่าเจ้าสัตว์ประหลาดประหลาด ๆ ที่เอาแต่โกรธง่าย ๆ และขู่เอาชีวิตพวกเขาในห้องพักของตัวเอง ตอนนี้จะว่าง่ายขนาดนี้ได้ยังไง?!
อินซิวไม่สนใจความตกตะลึงของทั้งคู่ เพียงคลี่กระดาษในมือออกอย่างเฉยชา
กฎบนกระดาษแผ่นที่สองของแม่:
ลูกจ๋า ตอนที่ลูกได้กระดาษแผ่นนี้ แม่อาจกลับมาไม่ทัน ตั้งแต่นี้ไป ลูกต้องไปบ้านคุณยายในเมืองด้วยตัวเอง
เพื่อให้ลูกไปถึงบ้านคุณยายได้อย่างปลอดภัย แม่เขียนกฎชุดใหม่ไว้ให้ ลูกไม่ต้องทำตามกฎชุดเดิมแล้ว
กฎข้อที่หนึ่ง: ระหว่างทางไปบ้านคุณยาย ห้ามเข้าไปในบ้านของสัตว์ประหลาดตัวใดทั้งสิ้น
กฎข้อที่สอง: ทำความสะอาดบ้านคุณยาย แล้วหาบันทึกประจำวันของคุณยายให้เจอ
กฎข้อที่สาม: ลงไปเอายาเม็ดสีน้ำเงินที่ลูกกินเป็นประจำจากห้องใต้ดิน
กฎข้อที่สี่: ต้องออกจากเมืองในเวลากลางคืน
ใต้ตัวอักษรสีดำบนกระดาษกฎ ยังมีข้อความลายมืออ่อนช้อยงดงามอีกช่วงหนึ่ง ดูแล้วเหมือนไม่ได้เขียนโดยคนคนเดียวกับผู้เขียนกฎ
【ยาหยา ลูกสาวแสนดีของแม่ แม่อาจช่วยอะไรลูกไม่ได้ และคงอยู่เป็นเพื่อนลูกต่อไปไม่ได้แล้ว แต่แม่หวังว่าลูกจะมีชีวิตออกจากเมืองนี้ไปได้ ต่อให้ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง ก็ขอให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข
