อินซิวถูกกดให้หันหน้าเข้าหากำแพงอยู่นาน จนความเย็นยะเยือกจากด้านล่างทำเอาเขาหนาวสั่นไปหมด พอเป็นอิสระก็รีบถูแขนตัวเอง ก่อนหันไปมองคนทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ
ทั้งคู่ยืนห่างกันพอสมควร ต่างฝ่ายต่างจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
หลีม่ออยู่ในสภาพพร้อมสู้ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเหมือนเช่นเคย ยามเผชิญหน้ากับศัตรูก็ดูรับมือได้อย่างสบาย ๆ
ส่วนนายกเทศมนตรีเพิ่งถูกผีสาวจู่โจม ไหล่ถูกกัดหายไปคำใหญ่ เสื้อผ้าเปื้อนเลือดชุ่มโชก ใบหน้าที่เคยดูแข็งแรงก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด หอบหายใจอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าเริ่มรับมือไม่ไหวแล้ว
อินซิวลูบคางอย่างครุ่นคิด นี่คือ…กำลังจะสู้กันหรือเปล่า?
เขาจะได้เห็นวิธีโจมตีของอสูรกายทั้งสองตนรวดเดียว นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเลย อย่างน้อยก็ได้ศึกษาคู่ต่อสู้ล่วงหน้า หากภายหลังถูกฝ่ายไหนจู่โจม เขาก็จะหาทางโต้กลับได้
อินซิวยืนเงียบอยู่ข้างกำแพง ตั้งใจดูสถานการณ์ รอให้ทั้งสองลงมือ
แต่หลีม่อไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน นายกเทศมนตรีก็เช่นกัน หลังจากทั้งคู่ยืนคุมเชิงกันอยู่นานถึงหนึ่งนาที นายกเทศมนตรีก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
“อินซิว คนพิเศษอย่างคุณ ต่อให้ฉันไม่ทันสังเกตเห็น ก็ย่อมมีอสูรกายตนอื่นจับตาคุณอยู่ดี”
เขาทำอะไรหลีม่อไม่ได้ แถมยังเกรงกลัวอีกฝ่ายอยู่บ้าง จึงทำได้เพียงหันมาหาอินซิว มุมปากยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา แฝงความหมายลึกซึ้ง “ตอนนี้คุณไม่ตายด้วยน้ำมือฉัน สักวันก็ต้องถูกอสูรกายที่อยู่ข้างตัวคุณฆ่าตายแน่”
อินซิวหลุบตาลงอย่างไม่ใส่ใจ ปัดฝุ่นที่ติดเสื้อออกแล้วพยักหน้า “ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
แววตาของนายกเทศมนตรีสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าอินซิวจะเห็นด้วยกับเขาง่ายดายขนาดนี้ จึงรีบยุแยงต่อ “ฉันเห็นคุณคอยระวังเขามาตลอด เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาคุณก่อนสินะ?”
