เย่เทียนเสวียนนวดพุงแมวดำอย่างทุกข์ทรมานใจ “ผมเป็นสายหมาต่างหาก ไม่สนใจแมวหรอก”
แต่มือของเขากลับควบคุมไม่ได้ นวดพุงแมวดำไปสองสามที แล้วยังลูบหูมันอีกด้วย
แมวดำครางครืดคราด นอนหงายแผ่หลาอยู่บนตักเย่เทียนเสวียน ดวงตาแมวสีม่วงเรืองแสงวาววับ ขณะเดียวกันลวดลายสีม่วงบนแหวนและลิ้นของเย่เทียนเสวียนก็เปล่งประกายระยิบระยับตามไปด้วย
“ออกมาจากดันเจี้ยนแล้วหรือ?” เจ้าแม่ราตรีหมอบลงข้างกายเย่เทียนเสวียน มองแมวที่นอนหมดสภาพอยู่บนตักเขา “นายผ่านดันเจี้ยนมาแล้ว 99 แห่ง ใกล้จะออกจากเมืองเล็กแล้วสินะ”
“ใช่” เย่เทียนเสวียนฝืนใจต้านมือที่อยากลูบแมวไม่ไหว จึงเลิกขัดขืนและจ้องแมวในอ้อมแขนแทน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “อีกไม่นานผมก็จะชนะการเดิมพันครั้งนี้ได้แล้ว”
แมวดำเงยหน้า ใช้เขี้ยวแหลมงับนิ้วเย่เทียนเสวียนเบา ๆ “เมี้ยว”
“ฮึ ๆ เรื่องนี้นายไม่เข้าใจหรอก ผมยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือน เหลือดันเจี้ยนสุดท้ายแค่แห่งเดียว ยังไงก็ทำคู่มือพิชิตครบทุกอย่างให้เมืองเล็กได้แน่ ขอแค่ทำคู่มือพิชิตครบ ผมก็พอใจแล้ว” เย่เทียนเสวียนมองท้องฟ้ายามราตรี สายตาลึกล้ำและห่างไกล
“แต่อีกหนึ่งเดือนนายก็จะตาย ไม่ว่าจะออกจากเมืองเล็กหรืออยู่ในดันเจี้ยน อีกไม่นานนายก็ต้องตายอยู่ดี” น้ำเสียงและคำพูดของเจ้าแม่ราตรีเย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมยามค่ำคืนในเมืองเล็ก
“แล้วมันสำคัญตรงไหนล่ะ” เย่เทียนเสวียนยิ้ม ดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ร่างสีขาวของเขาในค่ำคืนมืดสนิทราวหมึกดูราวกับแสงสว่าง “ต่อให้ไม่ได้เข้ามาที่นี่ ผมก็คงนอนอยู่บนเตียงคนไข้จนหมดชีวิตอยู่ดี”
