การบุกฝ่าดันเจี้ยนจนทะลุปรุโปร่งเป็นสิ่งที่เขาถนัด แต่ถ้าต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมด แล้วผ่านดันเจี้ยนอย่างสมบูรณ์แบบตามคู่มือพิชิต นั่นก็เป็นการบีบคั้นเขาเกินไปแล้ว
ดันเจี้ยนระดับห้าดาวสองแห่งที่เขาเคยผ่าน ล้วนเป็นเพราะถูกบังคับให้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังทั้งนั้น ไม่รู้ทำไม คนที่เกี่ยวข้องกับฉากหลังของดันเจี้ยนถึงได้มาหาเขาอยู่เรื่อย
เมื่อเห็นอินซิวนิ่งเงียบ เย่เทียนเสวียนก็เท้าคางเอ่ยหยอกอย่างไม่คิดมาก “ให้เทพสังหารมาดูแลเมืองเล็กก็คงฝืนใจไปหน่อย เรื่องรวบรวมคู่มือพิชิต ฉันจัดการเองก็แล้วกัน”
“ถ้านายยังไม่วางใจ จะไปดันเจี้ยนด้วยกันกับฉันไหม?” เย่เทียนเสวียนจ้องอินซิวพลางยิ้มตาหยี “เดิมทีฉันก็คิดว่าจะไปดันเจี้ยนรอบหน้ากับนายอยู่แล้ว ไปด้วยกันสองคน คอยดูแลกันและกัน ปลอดภัยดีใช่ไหม?”
อินซิวครุ่นคิด ต่อให้เขาพยายามห้ามเย่เทียนเสวียนไม่ให้เข้าดันเจี้ยน ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพื่อเมืองเล็กแล้ว อีกฝ่ายต้องทำคู่มือพิชิตดันเจี้ยนให้เสร็จก่อนออกเดินทางแน่
ถ้าเขายังไม่ตอบตกลง เย่เทียนเสวียนอาจทำเหมือนครั้งก่อน แอบเข้าไปในดันเจี้ยนกลางดึกคนเดียวอีกก็ได้
“เข้าใจแล้ว” อินซิวยอมจำนนอย่างจนใจ “ฉันจะไปดันเจี้ยนใหม่กับนายก็แล้วกัน”
“แบบนี้สิถึงจะถูก” เย่เทียนเสวียนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนเอนตัวลงบนเตียงแล้วยืดแขนยืดขา “ฉันขอพักสักหน่อย เติมแรงก่อน แล้วตอนกลางคืนค่อยไปดันเจี้ยนกัน ดีไหม?”
“รีบขนาดนั้นเลยหรือ?” อินซิวนึกถึงเย่เทียนเสวียนที่เพิ่งออกมาจากดันเจี้ยน ทั้งก่อนหน้านี้ยังรีบร้อนเข้าไปอีก จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา “นายมีเวลาจำกัดมากหรือ?”
