อินซิวไม่สนใจพวกเขา เพียงหันไปมองผู้คุมใหญ่แล้วถามว่า “ถึงตาผมหรือยัง?”
ผู้คุมใหญ่ถูกสายตาเย็นเยียบของเขาจ้องจนตัวสั่น ทั้งยังตื่นเต้นจนแทบข่มไว้ไม่อยู่ “เดินมาข้างหน้า วางเหรียญประตูบาปทั้งหมดลงบนแท่นประเมินมูลค่าตรงหน้า ประตูผ่านดันเจี้ยนก็จะเปิดให้พวกคุณ”
อินซิวยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ในกฎการผ่านดันเจี้ยน
แต่เดิมกฎการผ่านดันเจี้ยนก็คลุมเครืออยู่แล้ว เขาอยากเห็นเหมือนกันว่าผู้คุมใหญ่จะเล่นลูกไม้อะไร
อินซิวเดินไปข้างหน้า สังเกตเห็นว่าบนโต๊ะกลางพรมแดงมีช่องเว้าอยู่เจ็ดช่อง
เขาวางเหรียญประตูบาปทั้งหมดที่มีลงในช่องทีละเหรียญอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คุมใหญ่
ทุกครั้งที่เขาวางเหรียญ คิ้วของผู้คุมใหญ่ก็ขมวดแน่นขึ้นอีก
อินซิวสวมกุญแจมือสีขาวแท้ ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มมลทินบาปได้ อีกทั้งประตูบาปเองก็มีมลทินอยู่แล้ว เขารักษาสติเอาไว้ได้อย่างไร ทั้งที่มีเหรียญมากมายขนาดนี้?
ผู้คุมใหญ่คิดไม่ตก แต่ถ้าเป็นอินซิว ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติอยู่ดี ตั้งแต่รู้ว่าอินซิวจะมาดันเจี้ยนนี้ เขาก็เตรียมการไว้อย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่อินซิวจะสวมกุญแจมือสีขาวมาที่นี่ด้วย
เพียงแต่พอได้เห็นอินซิวมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัย พร้อมถือดาบอยู่ในมือจริง ๆ ผู้คุมใหญ่ก็ยังอดตกใจไม่ได้
“เรียบร้อย” อินซิววางเหรียญทั้งหมดลงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะเหลือบมองช่องว่างช่องสุดท้าย จากนั้นหันไปกวาดตามองฝูงชน เขาไม่สนใจหลีม่อที่กำลังยิ้มอย่างพึงพอใจ และพยายามมองหาผู้เล่นหมายเลข 1
แต่คนคนนั้นไม่ปรากฏตัว
อินซิวอดขมวดคิ้วไม่ได้ “ต้องรอให้คนที่มีเหรียญประตูบาปคนสุดท้ายมาหรือ?”
