บทที่ 112 นายมีบาปอย่างที่มนุษย์พึงมี
เสียงนั้นล่องลอยไปทั่ว ท่ามกลางท้องฟ้า ดวงตาค่อย ๆ ลืมขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาของอินซิวแดงก่ำ เขากำด้ามดาบแน่น พลางจ้องประสานสายตากับดวงตาบนท้องฟ้า
เขาเกลียดดันเจี้ยนแห่งนี้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาเกลียดมันเท่าตอนนี้
ดวงตาปิดลงอีกครั้ง ฉากรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา ราวกับเปิดเผยชีวิตทั้งชีวิตของเขาออกมาให้เห็นอย่างหมดเปลือก วิเคราะห์อารมณ์ทุกอย่างของเขา
อินซิวยืนนิ่ง จ้องมองฉากรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุด
สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอันน่าขนลุกปรากฏขึ้นตรงหน้าอินซิว ท้องฟ้าสีหม่นมีดวงตาจับจ้องทุกสิ่งในสถานที่แห่งนี้ กำแพงเก่าโทรมสีเทาของสถานสงเคราะห์แทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกับท้องฟ้า
ที่นี่เก่าคร่ำคร่าและสกปรกรกรุงรัง แม้แต่หญ้าที่เลื้อยเกาะกำแพงก็แห้งเหี่ยวจนแทบไม่เหลือชีวิตชีวา ในลานเล็ก ๆ เด็กสกปรกหลายคนกำลังตะลุมบอนกันอยู่ เด็กตัวเล็กคนหนึ่งถูกเด็กคนอื่นกดตรึงไว้กับพื้นและดึงทึ้งอย่างแรง เสียงตวาดกร้าวดังขึ้นว่า “เอาขนมของพวกเราคืนมา!!”
เด็กบนพื้นถูกกระชากจนเสื้อผ้ายับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเซียวผอมแห้งเผยรอยยิ้มเย็นชา เขามองเด็กเหล่านั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน “พวกแกกล้าแย่งของน้องสาวฉัน ฉันก็แย่งของพวกแกบ้าง มีปัญหาอะไรหรือไง?”
เด็ก ๆ โกรธเกรี้ยว พากันกรูเข้าใส่ พยายามแย่งขนมไม่กี่เม็ดในมือเขาไป
เด็กบนพื้นยัดขนมเข้าปากทันที เคี้ยวกระดาษห่อจนแหลกแล้วกลืนลงท้องไปด้วย เขาแสยะยิ้มชวนขนลุก ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เค้าความเป็นเด็กแม้แต่น้อย “ถ้าแน่จริงก็ผ่าท้องฉันแล้วแย่งไปสิ?”
เด็กกลุ่มนั้นเดือดดาลจนกัดฟันกรอด พุ่งเข้าไปทุบตีเขาอย่างรุนแรง
จู่ ๆ เด็กคนหนึ่งหันมาจ้องอินซิวที่ยืนอยู่กลางลานเขม็ง ก่อนแผดเสียงแหลมว่า “เขามีตะกละ! เขามีตะกละ! เขามีตะกละ!”
