“เมี้ยว!” เสียงแมวร้องหวานใสพลันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำให้ทั้งสองคนหลุดจากภวังค์ที่ถูกดึงดูดไปยังรูปปั้นประหลาด
เห็นแมวเหมียวคุ้ยกองกระดาษยันต์สีเหลืองที่กองอยู่ข้างรูปปั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขี่ยถุงใบเล็กเปื้อนมอมแมมออกมา บนถุงมีรอยเปื้อนดินเต็มไปหมด ทั้งยังถูกกระดาษยันต์ปิดทับจนแทบสังเกตไม่เห็น
“นี่คือพัสดุของแม่เหรอ?” ผู้เล่นใหม่ย่อตัวลงอย่างสงสัย ตั้งใจจะหยิบถุงบนพื้น ทว่ายังไม่ทันยื่นมือออกไป เสียงตวาดห้ามดังลั่นจากด้านหลัง
“วางลง!”
ทั้งสองหันกลับไป ก็เห็นผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่มาช้ากันเป็นขบวน ในที่สุดก็ปรากฏตัวบนถนนของเมืองเล็ก หลังผ่านไปสามวัน คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ยังเหลือไม่น้อย พวกเขามากันเป็นกลุ่มใหญ่ ทยอยเข้ามาในเมืองเล็ก จนบรรยากาศประหลาดที่ปกคลุมเมืองพลันสลายไป
หวังกว่างซึ่งเดินนำหน้าจ้องผู้เล่นใหม่เขม็ง แวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซึ่งไม่ยอมรวมกลุ่มกับคนอื่น แถมยังวิ่งหนีไปก่อนที่เขาจะทันพูดเสียอีก น้ำเสียงจึงยิ่งดังขึ้นหลายส่วน เจือแววตำหนิ “เป็นผู้เล่นใหม่แท้ ๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคืออะไร กล้าแตะได้ยังไง?! อยากตายหรือไง?”
“นี่เป็นของแม่...”
ผู้เล่นใหม่หน้าซีด พยายามอธิบาย แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค จางซือที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบตวาดห้าม “พูดกับผู้เล่นระดับสูงแบบนั้นได้ยังไง! ผู้เล่นระดับสูงจะไม่รู้หรือว่านั่นคืออะไร? เขามีประสบการณ์ผ่านดันเจียนมาแล้ว ถึงได้เตือนนายต่างหาก บอกว่านายประมาทก็คือประมาท นายรู้เรื่องดันเจียนมากกว่าเขาหรือไง!”
ทั้งสองคนยกยอปอปั้นกันเอง จนแทบจะยกตัวเองให้กลายเป็นผู้เล่นเก่าผู้สูงส่ง ในสายตาของผู้เล่นใหม่กลุ่มนี้ ใครไม่เชื่อฟังพวกเขาก็เท่ากับรนหาที่ตายในดันเจียน
