สีหน้าของชายหนุ่มดูเรียบเฉย ขนตาที่เขาเหลือบมามีแสงเงาทาบอยู่ ไม่มีคลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย
แมวก็เรียบเฉยเช่นกัน มีเพียงผู้เล่นหน้าใหม่ที่สะดุ้งตกใจ
หลังทั้งสามฝ่ายเงียบกันไปหลายวินาที ผู้เล่นหน้าใหม่ก็เอ่ยถามอินซิวเสียงเบาอย่างหยั่งเชิงอีกครั้งว่า “ขอถามหน่อย คุณก็เป็นผู้เล่นเหมือนกันหรือเปล่า?”
อินซิวพยักหน้า ถอนสายตาจากผู้เล่นหน้าใหม่ แล้วเงยหน้ามองแมวต่อ
แมวไม่มองผู้เล่นหน้าใหม่อีก มันเลียอุ้งเท้าอยู่ใต้สายตาของอินซิว ก่อนจะขยับตัวไปมาบนกิ่งไม้ ราวกับกำลังจะกระโดดลงมา
“บังเอิญเลย ผมก็เป็นผู้เล่น เพิ่งออกมาจากทางนั้น คุณยืนดูแมวอยู่ตรงนี้ทำไมเหรอ?” ผู้เล่นหน้าใหม่ขยับเข้าไปอย่างระมัดระวัง เผลอเข้าใกล้อินซิวขึ้นอีกเล็กน้อย การได้เห็นผู้เล่นอยู่ในสถานที่แบบนี้ทำให้เขาประหลาดใจมาก ถึงกับคิดว่าตัวเองเป็นคนแรกที่ออกมาเสียอีก
ความเย็นชาบนตัวอินซิวยังทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับตัวเองค้นพบขุมทรัพย์ก่อนใคร
“มันน่าจะเป็นแมวนำทาง แต่ตอนมีแค่ผมคนเดียว มันไม่ขยับเลย” อินซิวเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แมวพลันกระโดดลงจากต้นไม้ ท่วงท่าคล่องแคล่วอย่างยิ่ง
“ดูท่าต้องมีอย่างน้อยสองคนถึงจะมีปฏิกิริยาสินะ...” อินซิวเหลือบมองผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยู่ข้างกาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดันเจียนรอบนี้กำหนดว่าต้องมีเพื่อนร่วมห้องหนึ่งคน แมวตัวนี้จึงจะเริ่มเคลื่อนไหวเมื่อมีคนสองคนหรือเปล่า แต่เขาเผื่อใจไว้ก่อน จึงทิ้งหลีม่อไว้ที่บ้าน หากผู้เล่นหน้าใหม่นี้ไม่มา เขาก็คงต้องรออีกสักพัก
“คุณรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นแมวนำทาง?” ผู้เล่นหน้าใหม่เดินตามหลังอินซิวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มองเขาเดินตามแมวไป
“เดาเอา” อินซิวตอบเรียบ ๆ
