อินซิวเช็ดมีดอย่างไม่ใส่ใจไปพลาง ฟังป้าตรงหน้าพูดถึงเรื่องในโรงเรียนไปพลาง
“ฉันเป็นป้าตักข้าวประจำโรงเรียนแห่งนี้ มีหน้าที่ตักข้าวให้เด็กน่าสงสารบางคนที่มักถูกนักเรียนคนอื่นรังแก” ป้าพูดพลางมองอินซิวด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา
รังแก? น่าสงสาร?
อินซิวส่ายหน้า คงไม่ใช่เขาหรอก
ป้าตักข้าวพูดต่อช้า ๆ “บางครั้งก็จะมีเด็กสักหนึ่งหรือสองคนที่ถูกนักเรียนคนอื่นรังแกมาหาข้าวกินที่นี่ พอผ่านไปสักพัก พวกเขาก็หายตัวไป โรงเรียนมักจะมีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ที่ถูกคนอื่นรังแกทยอยเข้ามา แล้วพอผ่านไปอีกสักระยะก็จากไป เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนานแล้ว”
อินซิวหลุบตาครุ่นคิด ฟังดูแล้ว...นักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งพวกนั้นคล้ายผู้เล่นอยู่บ้าง พวกเขาเข้ามาแล้วถูกกฎดันเจี้ยนควบคุม ถูกอสูรกายรังแก จากนั้นก็อดทนจนผ่านด่านสำเร็จแล้วออกจากดันเจี้ยนไป ก่อนที่ผู้เล่นกลุ่มใหม่จะเข้ามาแทน
แต่ว่า...
“โรงเรียนที่ผมอยู่ดูเหมือนไม่มีการกลั่นแกล้งเลยนะครับ?” อินซิวครุ่นคิด ไม่ว่าจะเป็นกฎข้อไหนก็ไม่มีเรื่องการถูกรังแก แถมกฎของโรงเรียนยังบอกว่าต้องผูกมิตร ห้ามกีดกัน เพื่อนร่วมชั้นเองก็มีท่าทีเป็นมิตรกับเขาอย่างน่าประหลาด ต่างจากโรงเรียนในคำบอกเล่าของป้าโดยสิ้นเชิง
“ใช่แล้ว เพราะเรื่องการกลั่นแกล้งนั่นเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน” ป้ายิ้มพลางจ้องใบหน้าสับสนงุนงงของอินซิว “ต่อมาอยู่มาวันหนึ่ง ในบรรดาเด็กที่ถูกแกล้ง จู่ ๆ ก็มีเด็กคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาไม่เหมือนใครเลย”
“เขาไม่ถูกรังแกจากคนอื่นในโรงเรียนเลย ทั้งไม่กลัวพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือครูแม้แต่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำตามกฎข้อไหนของโรงเรียน ใครก็ตามที่ไปหาเรื่องเขา ล้วนต้องตายใต้คมมีดของเขา”
