หลีม่อหันไปยิ้มให้เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเกาะขอบหน้าต่างอยู่ เธอรีบดึงม่านปิดอย่างว่าง่าย แล้วกลับเข้าไปนั่งในห้อง
ด้านนอกห้องครึกครื้นมาก อินซิวเลือกออกไปตามหาพัสดุของแม่ ผู้เล่นคนอื่น ๆ เมื่อสังเกตเห็นกฎแล้วก็จะออกไปเช่นกัน นั่นหมายความว่าผู้เล่นในห้องแถวนี้จะออกมารวมตัวกัน พื้นที่ส่วนตัวกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางของผู้เล่น
ผู้เล่นจากภพภูมิต่าง ๆ มารวมตัวกัน หากไม่มีกฎการแข่งขันอยู่ โอกาสสูงมากที่ทุกคนจะช่วยเหลือกันและผ่านด่านไปด้วยกัน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะรวมกลุ่มใหญ่หลังจากพบหน้ากัน หัวหน้ากลุ่มก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในดันเจี้ยนมือใหม่
ผู้เล่นนอกจอไลฟ์มองดูอินซิวที่เข้าใจกฎก่อนใคร แล้วออกเดินทางไปตามลำพังโดยไม่รอใคร จนกระทั่งเขาเดินลับไปไกล สายตาจึงหันกลับไปยังกลุ่มผู้เล่นที่ทยอยเปิดประตูออกมารวมตัวกันด้านหลัง
“อินซิวไปไกลแล้ว คนพวกนี้ยังออกมากันเอื่อยเฉื่อยอยู่เลย เดี๋ยวก็พลาดโอกาสเจอผู้ยิ่งใหญ่หรอก”
“เฮ้อ ดันเจี้ยนปกติก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าไม่มีกฎการแข่งขัน ทุกคนก็จะรีบมาเจอกันแล้วแลกเปลี่ยนกฎที่ตัวเองค้นพบ คงมีแต่อินซิวที่ไม่เข้าพวก”
“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าดันเจี้ยนมือใหม่คราวนี้จะมีคนเก่งแบบไหนบ้าง”
เมื่อผู้เล่นมารวมตัวกันได้เกือบครบ ทุกคนก็เริ่มมองซ้ายมองขวาเพื่อคุ้นหน้าคนรอบตัว พวกเขายังลองหยั่งเชิงกันและกันด้วย อยากรู้ว่าแต่ละคนเข้าใจดันเจี้ยนนี้ลึกซึ้งแค่ไหน
“แค่ก ๆ!” หลังเสียงพูดคุยสั้น ๆ ดังขึ้น จู่ ๆ ก็มีคนก้าวออกมาไอเสียงดังสองครั้ง ดึงดูดสายตาทุกคน “ทุกคน ตอนนี้เป็นวันที่สามของดันเจี้ยนแล้ว ผมคิดว่าคนที่ออกมาคงรู้ตัวแล้วว่าผู้เล่นต้องไปเอาพัสดุของแม่”
“ในเมื่อดันเจี้ยนนี้ไม่มีการแข่งขันกัน ทุกคนก็ช่วยเหลือกันได้ งั้นผมขอแนะนำตัวก่อนนะ ผมชื่อหวังกว่าง เคยผ่านดันเจี้ยนมาแล้วสามครั้ง
