อินซิวจ้องหลีม่ออย่างงุนงง อีกฝ่ายหันหลังให้แล้วก้มอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่รู้เอาออกมาจากไหน สีหน้าเคร่งขรึม
“เป็นอะไรไป?” อินซิวยื่นหน้าเข้าไปถาม
หลีม่อรีบซ่อนหนังสือไว้ข้างหลัง ส่ายหน้าแล้วยิ้ม “ไม่มีอะไร”
อินซิวไม่ได้ใส่ใจนัก เขาหันหลังเดินออกไปสูดอากาศที่ทางเดิน
เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของผู้เล่นในองค์กร ทางเดินชั้นนี้จึงอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจาง ๆ ผสมกลิ่นดอกไม้ ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย
บุหรี่ของเย่เทียนเสวียนมีกลิ่นจางมาก ทั้งยังเจือกลิ่นหวานบาง ๆ กับกลิ่นดอกไม้เอาไว้ด้วย
อินซิวไม่ค่อยรู้เรื่องบุหรี่ แต่รู้สึกว่าบุหรี่สีขาวเรียวยาวดูสวยดี เย่เทียนเสวียนบอกว่าเป็นบุหรี่หอมสำหรับผู้หญิง กลิ่นหอมมาก ตอนเข้าดันเจี้ยนเขาพกมาแค่หนึ่งซอง แม้จะหาซื้อได้ในร้านของเมืองเล็ก แต่เขากลับรู้สึกว่ากลิ่นไม่เหมือนกัน จึงประหยัดบุหรี่ซองนั้นไว้สูบ มวนหนึ่งสูบได้หลายครั้ง ตอนนี้บุหรี่ในซองเหลืออยู่ไม่กี่มวน ราวกับอายุขัยของเขาเอง
อินซิวยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง อารมณ์ก็ค่อย ๆ สงบลง เขาก้มมองกุญแจมือบนข้อมือ ซึ่งกลับมาเป็นสีขาวสนิทแล้ว
เขาอยู่ในดันเจี้ยนนี้แล้วไม่สบายใจนัก แต่ยังดีที่เหลือแผ่นกฎอีกแค่ชั้นเดียว พอไปเอามาได้ก็จะมุ่งหน้าไปยังห้องผู้คุมใหญ่
เมื่อนึกถึงบาปชั้นสุดท้าย อินซิวก็ก้มตาจ้องพื้นพลางครุ่นคิด
“ฟื้นตัวแล้วมายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้?” เย่เทียนเสวียนสังเกตเห็นอินซิวจากอีกฟากของทางเดิน จึงยิ้มร่าทักทายพลางเดินเข้ามาคุย “ฉันให้ผู้เล่นคนอื่นเก็บของ เตรียมยกขบวนไปบาปชั้นสุดท้ายแล้ว อดทนอีกหน่อยก็ออกจากดันเจี้ยนได้”
