เขามองไปยังเด็กสาวที่โต๊ะข้าง ๆ ซึ่งมีดวงตาซ้อนกันเต็มใบหน้า ตั้งใจจะขอให้เธอช่วยดูให้ แต่ยังไม่ทันเรียก อาจารย์บนแท่นก็ถลึงตามองเขาอย่างดุดันเสียก่อน “ห้ามคุยกันระหว่างเรียน!”
อินซิวยังไม่แน่ใจเรื่องกฎของโรงเรียน จึงระมัดระวังตัวและเก็บอาการไว้ก่อน ทั้งห้องมีเขาคนเดียวที่ยืนอยู่ จึงสะดุดตาเป็นพิเศษ ทุกการขยับเขยื้อนเล็กน้อยล้วนเห็นได้ชัด เขาจึงตัดสินใจรอถามหลังเลิกเรียน
เมื่อห้องเรียนเงียบลง อาจารย์ก็เริ่มสอน
“ทุกคนเปิดหน้าที่สามสิบห้า วันนี้เราจะเรียนเรื่องมานุษยวิทยากันต่อ”
พอเสียงอาจารย์ดังขึ้น เสียงพลิกหน้าหนังสือก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วห้อง จากนั้นเหล่าอสูรกายก็เงียบลง รอฟังอาจารย์สอน
“อย่างที่ทุกคนทราบ มนุษย์มีดวงตาหลายดวง จำนวนแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยส่วนใหญ่มีดวงตาสาม สี่ หรือห้าดวง และทุกดวงตั้งเรียงในแนวตั้ง นอกจากนี้ มนุษย์ยังมีแขนสี่หรือห้าแขนเพื่อให้ทำงานหรือพักผ่อนได้สะดวก และมีขาแปดข้างเพื่อใช้เดิน”
อาจารย์พูดพลางหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกระแอมสองครั้ง น้ำลายที่กระเด็นออกมามีเศษเนื้อปนอยู่ด้วย ลอยไปโดนใบหน้าของนักเรียนแถวหน้า
อาจารย์เช็ดปากอย่างไม่ใส่ใจ นักเรียนก็เช็ดหน้าอย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน
จากนั้นอาจารย์ก็สอนต่อ
“พวกมันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ร่างกายใหญ่โตเพื่อใช้ในการทำสงคราม ทั้งยังมีเหงือกและปอดเพื่อให้หายใจใต้น้ำได้ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด และยังคงวิวัฒนาการอยู่เสมอ”
“ส่วนพวกเราก็คือมนุษย์”
อินซิวขมวดคิ้ว รู้สึกสับสนอยู่บ้าง
