ทำไมเขาไม่ตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนประทับตรากัน! ทำไม!
สีหน้าของผู้คุมคุกอ่านยากยิ่ง เมื่อเทียบกับท่าทีหยิ่งผยองก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขากลับนอบน้อมขึ้นมาก ก้มตัวเล็กน้อยพลางลองหยั่งเชิงถามอินซิวว่า “ผมตรวจประวัติอาชญากรรมของคุณแล้ว ตอนนี้คุณ... ไม่สิ ท่านสงบเสงี่ยมลงแล้วใช่ไหมครับ? ฆ่าฟันกันทุกวันไม่ดีต่อสุขภาพเลยนะครับ นาน ๆ ทีจะพักใจบำเพ็ญตนระหว่างผ่านดันเจี้ยนบ้าง ก็ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนชีวิตใช่ไหมครับ?”
อินซิวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดยิ้มน้อย ๆ “พูดถูกแล้ว”
“คือว่า... พอประทับตราดันเจี้ยนคุกนี้แล้ว อีกสามวันมันจะดึงผู้เล่นเข้าไปในดันเจี้ยนโดยอัตโนมัติ... แก้ไขไม่ได้แล้วครับ ท่านลองดู...” ผู้คุมคุกถูมือ สีหน้าซีดเผือด “หลังเข้าไปแล้ว ท่านช่วยพักผ่อนสบาย ๆ สักหน่อยได้ไหมครับ?”
“หมายถึงอะไร?”
“ก็... เรื่องนั้นน่ะครับ...” ผู้คุมคุกเอ่ยอย่างติดขัดพลางหยั่งเชิง “คือช่วยยั้งมือไว้หน่อย อย่าฆ่าจนหมด เหลือคนรอดสักหนึ่งสองคนอะไรทำนองนั้น...”
อินซิวพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “จะพยายาม”
คำตอบที่สบาย ๆ เกินไปทำให้ผู้คุมคุกยิ่งกระวนกระวาย แต่จะฆ่าหรือไม่ฆ่าก็เป็นเรื่องหลังจากอินซิวเข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่หลีกทางให้อย่างนอบน้อม “ถ้าอย่างนั้นท่านกลับไปพักก่อนเถอะครับ เพิ่งฆ่าอสูรกายมา คงเหนื่อยแย่ ต้องรีบฟื้นฟูเรี่ยวแรง ผมไม่รบกวนแล้วครับ”
อินซิวพยักหน้า เห็นแก่ท่าทีจริงใจของผู้คุมคุกจึงเดินผ่านไป อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนอ่อนโยน ไม่ฆ่าล้างผลาญไปทั่วหรอก
ผู้คุมคุกมองส่งอินซิวจนลับตา ก่อนก้มมองดันเจี้ยนคุกในมือที่บันทึกชื่ออินซิวไว้แล้วอีกครั้ง เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก “จบเห่แล้ว! เรื่องใหญ่แล้ว!”
