ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอเฝ้ามองอินซิวพิงหลีม่อด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าอยู่ในหอพักครู่หนึ่ง จนกระทั่งถึงเวลา 21:00 น.
อ้อมกอดแสนอบอุ่นทำให้หลีม่อดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ส่วนอินซิวกลับตรงกันข้าม เขายังคงเฉยชาไร้อารมณ์ หลัง 21:00 น. จึงมุ่งหน้าไปยังหอพักอาจารย์
หอพักอาจารย์อยู่ใกล้กับหอพักนักเรียนมาก แต่เมื่อเทียบกับความคึกคักของหอพักนักเรียน ที่นี่กลับเงียบเหงาอย่างยิ่ง
อาคารเล็ก ๆ สูงห้าชั้นสีหม่น ผนังซีดเทาเต็มไปด้วยรอยร้าวและตะไคร่น้ำ ทันทีที่ยืนตรงทางเข้า ความชื้นเย็นเยียบก็ปะทะใบหน้า ภายในมืดมิดเงียบสงัด บันไดทางเดินแทบไม่มีไฟสักดวง มืดครึ้มจนน่าขนลุก
อินซิวถือดาบเดินขึ้นไปอย่างใจเย็น ตามข้อมูลจากเย่เทียนเสวียนไปยังชั้นห้า
บางครั้งอินซิวก็นึกถึงการมีอยู่ของข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอแล้วเหลือบมองสักสองสามครั้ง บางครั้งก็ลืมมันไปเสียสนิทจนไม่ได้นึกถึงเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมื่อก่อนเขาไม่เคยชินกับการเปิดดูข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอ หรือเป็นผลจากดันเจี้ยนแห่งนี้ ทำให้เขามักจะลืมมันอยู่บ่อย ๆ
เมื่อขึ้นถึงชั้นห้า ห้องพักตลอดทั้งชั้นมืดสนิท มีเพียงห้องเดียวที่เปิดไฟสลัว ๆ อยู่ ท่ามกลางโรงเรียนที่มืดมิดและเงียบงัน ห้องนั้นโดดเด่นราวกับแยกตัวจากโลกภายนอก
อินซิวเดินเอื่อย ๆ ไปหยุดอยู่หน้าหอพักอาจารย์
เขาครุ่นคิดว่าจะเข้าไปเอาข้อมูลในหอพักอาจารย์อย่างเปิดเผยได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เขามักจะแย่งชิงเอามาดื้อ ๆ เสมอ หากใช้กำลังเอาได้ก็ไม่เคยออมมือ แต่ถ้าฆ่าอาจารย์ไป แล้วพรุ่งนี้ใครจะสอนล่ะ?
หลังจากทางเดินเงียบลงชั่วครู่ อินซิวก็ยกมือเคาะประตูหอพักอาจารย์
เสียงเคาะใสกังวานชัดเจนในราตรี ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านใน
ประตูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเปิดออก เงาร่างผอมเพรียวของอาจารย์ปรากฏตรงหน้าประตู เพราะเธอสูงเกินไป อินซิวจึงมองไม่เห็นศีรษะของเธอจากตรงนั้น จนเธอก้มคอลงเอง เขาถึงได้เห็นใบหน้าซีดเผือดชวนขนลุก
