“...ผมไม่ได้เมินคุณสักหน่อย” อินซิวมัวแต่สนใจเสียงพูดคุยของพวกนักเรียน จึงไม่ได้ยินเสียงของหลีม่อเลย
“ผมเรียกคุณตั้งนาน แต่คุณไม่ยอมตอบเลยสักครั้ง” หลีม่อนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามอินซิว จ้องสำรวจเขาเขม็ง สีหน้ายังคงมีรอยยิ้ม เพียงแต่มุมปากที่เม้มไว้ตกลงกว่าปกตินิดเดียว
อินซิวมองแวบเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีความสุข
“ขอโทษนะ ผมไม่ได้ยิน” อินซิวเองก็ครุ่นคิดอยู่บ้าง เมื่อครู่เขาไม่ได้ยินเสียงหลีม่อจริง ๆ แม้แต่นิดเดียว
บางทีอาจเพราะเหล่านักเรียนเมื่อครู่ดึงความสนใจไปจนหมด ถึงพวกนั้นจะไม่ใช่มนุษย์เลยสักคน แต่อินซิวก็เพิ่งเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ในดันเจี้ยนแห่งนี้ ทุกวันมีคนทักทายเขาอย่างยินดี มีคนถามไถ่ แล้วยังมอบของขวัญให้ ความรู้สึกช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
“คราวหน้า ห้ามเมินผมอีกนะ” หลีม่อหรี่ตาลง “ถ้าผมโกรธขึ้นมา ผลที่ตามมาร้ายแรงมากนะ”
อินซิวคีบน่องไก่ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ยื่นไปจ่อปากเขา “เอาละ รู้แล้ว อย่าโกรธเลย”
หลีม่ออ้าปากงับอาหารที่อินซิวป้อนถึงปาก เคี้ยวอยู่ในปาก แล้วให้อภัยที่อีกฝ่ายเมินเขาเมื่อครู่ไปก่อน
แต่ความรู้สึกประหลาดที่วนเวียนอยู่รอบตัวอินซิวยังคงชวนให้กระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก มองดูแล้วร่างกายก็ไม่ได้มีอวัยวะเพิ่มหรือหายไปตรงไหน ทำไมจู่ ๆ ถึงรู้สึกแปลกไปได้ล่ะ
หลังมื้อเย็น อินซิวจะทำตามกฎ โดยเข้าไปในหอพักก่อน จากนั้นค่อยแอบไปหอพักอาจารย์หลังสามทุ่ม เพื่อดูว่าข้อมูลอะไรที่เย่เทียนเสวียนตกหล่นไป
