“ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้อินซิวยังสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงเกินไป” เย่เทียนเสวียนหยิบชอล์กแท่งหนึ่งขึ้นมา แล้วเริ่มเขียนบนกระดานดำ
หลีม่อยืนตัวตรงอยู่ข้างเขา รอให้เขาเขียนไปพลางพูดไป
แต่เย่เทียนเสวียนเขียนตัวอักษรตัวใหญ่เพียงไม่กี่ตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลากหลีม่อไปยังมุมห้องเรียน “มีบางเรื่องที่ให้คนรู้มากไม่ได้ พวกเราต้องคุยกันเงียบ ๆ”
หลีม่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ วินาทีถัดมา ภาพไลฟ์ของเย่เทียนเสวียนก็เกิดเสียงซ่า ก่อนจะมืดสนิท
ทั้งห้องไลฟ์: ???
มีเรื่องอะไรที่ผู้เล่นเก๋าเกมอย่างพวกเขาฟังไม่ได้หรือไง? ประสบการณ์ดูไลฟ์ของพวกเขายังไม่มากพอหรือ?
“ฮือ ๆ เย่ต้าบอสมีเรื่องปิดบังพวกเรา แต่กลับบอกอสูรกายตัวดำปิ๊ดปี๋ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ฉันอิจฉาจัง”
“พูดไม่ออกเลย เย่ต้าบอส ให้พวกเราฟังด้วยสิ!”
“ชิ ช่างเถอะ ในเมื่อไม่ให้พวกเราฟัง งั้นก็ไปบอกพี่ซิวว่าเพื่อนร่วมห้องของเขามาแล้วกัน”
“เป็นความคิดที่ดี พี่ซิวน่าจะดีใจมากนะ ยังไงดันเจี้ยนก่อนก็ทำท่าจะไม่อยากให้เขาไปนี่นา”
“โอ๊ย คนข้างบนอย่าพูดต่อเลย ฉันอิจฉายิ่งกว่าเมื่อกี้อีก อสูรกายตัวดำปิ๊ดปี๋ แกมีดีอะไรถึงได้เสวยสุขกับความโปรดปรานของยอดฝีมือทั้งสองคน!!”
“อิจฉาสิ อิจฉาแล้วก็อย่าปากกล้าไปทั่วล่ะ ไม่งั้นมันจะมุดออกมาจากห้องไลฟ์แล้วจัดการให้รู้สำนึก”
“น่าโมโหจริง ๆ ใจคนไม่เหมือนเก่า ใจอสูรกายยากแท้หยั่งถึง พี่ซิว มองทางนี้หน่อย”
ชิ ๆ “มีคนไม่รักชีวิตเพิ่มมาอีกคนแล้ว”
