อินซิวเพิ่งเป็นอิสระก็รีบลุกขึ้นทันที ก่อนปัดฝุ่นบนตัว เห็นทีในที่สุดก็หาเหตุผลให้ลุกขึ้นได้แล้ว
ภายในห้องเงียบลงเล็กน้อย หลีม่อมองเขาพร้อมรอยยิ้ม กลิ่นอารมณ์เบิกบานบนตัวอีกฝ่ายยังไม่จางหาย
อินซิวมองเขาแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “เพื่อแสดงความเคารพต่อคุณ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ผมไม่เคยคิดเรื่องการเป็นแฟนกับผู้ชายเลย”
หลีม่อเงียบไป
อินซิวมีแววตาเย็นชา น้ำเสียงเรียบเฉย “แต่เป็นเพื่อนกันได้ ผมยอมเพิ่มคุณเข้าไปในรายชื่อคนที่ผมจะไม่ระแวง นับว่าเป็นการผ่อนปรนให้คุณมากแล้ว”
“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยปรานีอสูรกายส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคุณที่ไม่รู้ที่มาที่ไป แถมยังอันตรายอย่างยิ่ง”
เขาจ้องหลีม่อแน่วนิ่ง “ถ้าแค่นี้คุณยังไม่พอใจ ผมว่าการปล่อยให้คุณอยู่ข้างกายผมก็อันตรายแล้ว”
หลีม่อเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะเอ่ยคำหนึ่งออกมาจากริมฝีปากพร้อมรอยยิ้ม “ได้”
เขาไม่เข้าใจเหตุผลที่อินซิวปฏิเสธ แต่เมื่อครู่เพิ่งรู้ว่ายังมีสถานะที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอยู่ เขาค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้สถานะนั้นได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้
ท่าทีสงบเสงี่ยมของหลีม่อทำให้อินซิวพอใจเช่นกัน เขาไม่ชอบความรับผิดชอบที่ถูกยัดเยียดให้เลยจริง ๆ สิ่งที่เขาเต็มใจยอมรับกับสิ่งที่จำใจต้องรับนั้นเป็นคนละเรื่องกัน แม้เรื่องแฟนจะเป็นเขาที่เปิดปากพูดก่อน แต่หากไม่มีความรู้สึกอะไร การตอบรับตามน้ำก็ยังฝืนใจอยู่บ้าง
เป็นเพื่อนกันยังพอไหว แต่เป็นแฟนนี่ห่างไกลนัก
อินซิวเก็บเหรียญขึ้นมา แล้วใช้กระดาษห่อไว้อีกครั้ง ก่อนพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไรว่า “เรื่องผูกมัดกับประตูบาปอื่น ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง แค่บานเดียวก็ยุ่งยากพอแล้ว”
