อินซิวขมวดคิ้ว “อายุขัยจะมากแค่ไหน สุดท้ายก็ถูกนายผลาญจนหมดอยู่ดี”
เย่เทียนเสวียนหัวเราะหึ ๆ เบา ๆ “เรื่องนี้นายไม่เข้าใจหรอก ถ้าถึงเวลาต้องใช้แล้วกลับไม่ใช้ ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”
อินซิวนิ่งเงียบ ทว่าผู้เล่นกลุ่มที่เมื่อครู่ยังแผ่จิตสังหารทั่วร่างต่างสงบลงแล้ว ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ พากันตื่นเต้นกับการกลับมาของเย่เทียนเสวียนและคนอื่น ๆ
คนที่ได้ข้อมูลมาแล้วรีบเข้าไปในห้องบันทึกก่อน ส่วนคนอื่น ๆ ก็เร่งตามเข้าไปเพื่อรับรู้ข้อมูลวงในเป็นกลุ่มแรก ขณะที่คนที่ยังพอมีเวลาต่างยินดีปรีดาเข้าไปทักทายเย่เทียนเสวียน ฝูงชนกลับมาคึกคักดังเดิม
เย่เทียนเสวียนหันกลับมาโบกมือพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะย่อตัวลงเก็บเหรียญที่อยู่ข้างเท้าอินซิว “นายทำอะไรตกน่ะ? อุปกรณ์เหรอ?”
ทันทีที่เขาหยิบเหรียญขึ้นมา เงาดำเลือนรางก็ปรากฏขึ้นข้างกาย ยื่นมือเชื้อเชิญมาทางเย่เทียนเสวียน
เย่เทียนเสวียนตกใจจนรีบยัดเหรียญใส่มืออินซิว “ประตูบาปนี่นา! ฉันไม่เอาหรอก!”
อินซิวมองเหรียญที่ถูกยัดใส่มืออย่างเงียบงัน จากนั้นก็เหลือบมองมือเชื้อเชิญของประตูบาปซึ่งเปลี่ยนทิศมาหาเขา “ประตูบาปแห่งริษยา...ฉันก็ไม่อยากได้เหมือนกัน”
“ที่แท้ก็เป็นริษยานี่เอง? ประตูบาปของเด็กผู้หญิงคนนั้นเหรอ?” เย่เทียนเสวียนลูบคางครุ่นคิด เขาเพิ่งกลับมา จึงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากสถานการณ์ก็พอเดาได้ว่าก่อนหน้านี้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่นี่ “ถ้านายผูกมัดกับประตูบาปแห่งริษยา มันจะฆ่าฉันเป็นคนแรกหรือเปล่า?”
อินซิวชี้ไปทางหลีม่อที่อยู่ข้าง ๆ อย่างเย็นชา “ถ้าจะฆ่า ก็ต้องฆ่าเขาก่อนสิ เขาฆ่าแฟนก่อนเป็นอันดับแรกนี่”
