เปลวเพลิงวิญญาณสีเขียวเรืองรองในเบ้าตาของบรรพชนปีศาจกระดูกวูบไหวระริก
มันเองก็สัมผัสได้เช่นกัน
กลิ่นอายบนร่างของผู้บัญชาการปราบมารผู้นี้กำลังทะยานสูงขึ้นด้วยวิธีที่ทำให้มันไม่สบายใจ เป็นกลิ่นอายอันไพศาลที่มันไม่เคยพบเห็นมาก่อน
พลังแห่งฟ้าดินในรัศมีพันจั้งล้วนรวมอยู่บนร่างคนผู้เดียว เงาภูเขาเทพตระหง่านตั้งมั่นอยู่เบื้องหลัง
วิธีการเช่นนี้ อย่าว่าแต่เคยเห็นเลย แม้แต่ฟังมันก็ไม่เคยได้ยิน
มันมีชีวิตมาหลายร้อยปี พบเห็นผู้บำเพ็ญมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยสัมผัสแรงกดดันเช่นนี้มาก่อน
ทว่าถึงอย่างไรมันก็เป็นปีศาจมารขั้นเวหา และเป็นนายเหนือแห่งถ้ำกระดูกแห่งนี้
พลังอำมหิตต้นกำเนิดของถ้ำกระดูกยังคงอยู่ ทั้งยังมีปีศาจกระดูกหลายร้อยตนให้ใช้งาน และมีพลังบำเพ็ญขั้นเวหาอยู่เต็มเปี่ยม
มันไม่เชื่อว่าตูเว่ยขั้นเปลี่ยนเพียงคนเดียวจะพลิกฟ้าของมันได้
“แสร้งทำเป็นลึกลับ”
บรรพชนปีศาจกระดูกแค่นเสียงเย็นชา ปราณอำมหิตกระดูกรอบกายพลันพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
มันสะบัดมือ ครั้นแล้วปีศาจกระดูกจำนวนมหาศาลก็ทะลักออกมาจากกำแพงกระดูกที่ถูกปราณอำมหิตกัดกร่อนจนพรุนทั่วทั้งผนังถ้ำ
มีจำนวนมากกว่าเดิมและเบียดเสียดกันยิ่งกว่าเดิมเป็นชั้น ๆ ราวคลื่นกระดูกขาวโถมเข้าใส่ลู่หยวนกับพวกอีกสองคน
ปีศาจเฒ่าผู้ถือไม้เท้าดิ้นรนออกมาจากกำแพงกระดูก ไม้เท้ากระดูกที่หักเป็นสองท่อนถูกมันใช้ปราณอำมหิตเชื่อมกลับเข้าด้วยกันอย่างฝืนกำลัง
ปีศาจเฒ่าผู้สะพายกระบี่หยิบกระบี่กระดูกขึ้นมาอีกครั้ง แม้คมกระบี่จะเต็มไปด้วยรอยร้าว แต่ปราณอำมหิตบนกระบี่ยังคงคมกริบ
ปีศาจเฒ่าขั้นเปลี่ยนสูงสุดสองตนขนาบซ้ายขวา นำฝูงปีศาจกระดูกเข้าล้อมลู่หยวน
แสงผลึกวูบวาบรอบกายลู่หยวน หนามผลึกยาวสามชุ่นหลายร้อยเล่มพลันก่อตัวขึ้นพร้อมกันในห้วงอากาศรอบตัว
