ทะเลสาบจิ้งพั่วอยู่ห่างจากหานซาน 120 ลี้
เฝิงจี้ส่งทั้งสองคนออกมาถึงหน้าประตู ม้าไล่ลมสองตัวควบทะยานออกไป ฝุ่นบนทางหลวงค่อย ๆ สงบลงท่ามกลางแสงตะวัน
ครึ่งชั่วยามต่อมา บนตลิ่งทะเลสาบจิ้งพั่ว นายกองปราบมารเกิงจงมองเห็นม้าเร็วสองตัวควบเข้ามาแต่ไกล
เขาชะงักไปเล็กน้อย ยามนี้ปีศาจปลาโดนขังอยู่ในค่ายกล ณ ที่แห่งนี้ ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงก็ถูกเขาสั่งให้อพยพไปหมดแล้ว เหตุใดยังมีคนมาอีก?
เขาเผลอกดมือบนด้ามดาบที่เอว หรี่ตามองไปยังปลายทางหลวง
เห็นเงาคนสองคนอยู่บนหลังม้า คนที่นำหน้าสวมชุดคลุมสีม่วงแดงปักลายตราราชโองการ ดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย
มือของเกิงจงที่กุมด้ามดาบพลันคลายออก ความระแวดระวังบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีในทันที
นี่มิใช่ใต้เท้าลู่กับใต้เท้าเจียงที่กินข้าวด้วยกันเมื่อคืนหรอกหรือ?
ครานั้นเขายังร่วมกับสหายร่วมงานหลายคนยกสุราคำนับใต้เท้าทั้งสองคนไปคนละสองจอก
เขารีบเดินเข้าไปหา ประสานหมัดค้อมกาย น้ำเสียงดังกว่าปกติอยู่หลายส่วน
“ผู้น้อยคารวะใต้เท้าทั้งสอง!”
“เมื่อคืนที่โถงใหญ่ ผู้น้อยยังคุยกับใต้เท้าเฝิงอยู่เลยว่า หากใต้เท้าทั้งสองมาเยือนทะเลสาบจิ้งพั่วได้ สำนักชางหลานคงไม่กล้ากำเริบเสิบสานแน่ คิดไม่ถึงว่าวันนี้ใต้เท้าทั้งสองจะมาถึงแล้ว!”
ทั้งสองพลิกตัวลงจากหลังม้า ลู่หยวนก้าวเข้ามา จำเกิงจงได้ จึงเผยรอยยิ้ม
“ที่แท้ผู้เฝ้าประจำการอยู่ที่นี่คือนายกองเกิงนี่เอง ไปเถอะ เดินไปคุยไป ตอนนี้ทางนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าลู่จะจำชื่อผู้น้อยได้ ช่างเป็นเกียรติของผู้น้อยนัก”
เกิงจงค้อมกายต่ำกว่าเดิม ทำมือเชื้อเชิญแล้วนำทั้งสองคนลงไปทางตลิ่งเบื้องล่าง
