ศาลาธุรการ
“ใต้เท้าลู่ ป้ายคำสั่งกับตราประจำตำแหน่งนี้ใช้สำหรับประสานงานส่งมอบและผลัดเวรกับเพื่อนร่วมงานที่อำเภอหลินชวน ขอท่านเก็บรักษาไว้ให้ดี”
“อีกอย่าง ชุดขุนนางของท่านก็เร่งตัดเย็บเสร็จแล้ว ทั้งหมดอยู่ในนี้”
เสมียนเฒ่าโจวนำถุงขุนนางใบหนึ่งวางลงบนเคาน์เตอร์
ลู่หยวนรับมา เปิดดูแวบหนึ่ง แล้วเก็บข้าวของไว้ให้เรียบร้อย
เสียงของเฒ่าโจวดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
“ใต้เท้าลู่ ช่วงนี้อำเภอหลินชวนมีปีศาจอาละวาดบ่อยครั้ง แม้แต่นายกองปราบมารอาวุโสอย่างเจ้าเหิงยังรู้สึกกดดัน หากเห็นว่าสถานการณ์เกินรับมือ ขอท่านอย่าฝืนเด็ดขาด”
“ได้ ข้าทราบแล้ว”
ลู่หยวนยิ้มรับ ประสานมือคารวะ แล้วหันหลังเดินออกไป
เฒ่าโจวเก็บกวาดเคาน์เตอร์พลางจับจ้องแผ่นหลังของลู่หยวนไปพลาง
เขาจำได้แม่นยำ วันแรกที่เข้ามา คนผู้นี้ยังมีเพียงพลังขอบเขตปุถุชนขั้นสอง
พลังฝีมือระดับนี้ ต่อให้อยู่ในสำนักปราบมารชิงโจว ก็ยังไม่ถึงขั้นรั้งท้ายด้วยซ้ำ
ตอนนั้นเขายังถอนหายใจในใจ คิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คงไปได้ไม่ไกล
แต่เพิ่งผ่านไปกี่วันกันเอง?
กำจัดปีศาจเลือด ปราบปีศาจศพ สังหารเหยียนจิ่วหยวนแห่งลัทธิเซียนอมตะ ทำลายสาขาที่อำเภอชื่อเชียจนสิ้นซาก
จนกระทั่งเมื่อครู่นี้ ตราประจำตำแหน่งกับป้ายคำสั่งในถุงขุนนางใบนั้น
เฒ่าโจวมีชีวิตมาเกินครึ่งค่อนชีวิต แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้มาก่อน
ต่อให้เป็นเรื่องเล่าตำนานในโรงน้ำชา ตัวเอกก็ยังต้องค่อย ๆ เติบโตไปตามลำดับขั้นมิใช่หรือ
เริ่มจากกราบอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง จากนั้นบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากหลายปี บางครั้งได้พบโชควาสนาอันน่าอัศจรรย์ ยังต้องผ่านการฝึกฝนเฉียดตายอีกด้วย
