ภายใต้การนำทางของเสิ่นอวี๋เหยา ลู่หยวนมาถึงส่วนลึกของถ้ำเหมือง
สระน้ำดำกลางถ้ำยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม แม้แต่ฝุ่นผงบนผิวน้ำก็ไม่ไหวติง
ลู่หยวนมองผืนน้ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เรียกมันออกมา”
เสิ่นอวี๋เหยายืนอยู่ห่างจากลู่หยวนสามก้าว ปลายนิ้วสั่นระริกเล็กน้อย
นางกำลังลังเล
ไม่ใช่ลังเลว่าจะเป่าขลุ่ยกระดูกหรือไม่
แต่ลังเลว่าหลังเป่าแล้วจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
อสรพิษอุทกาจะฆ่าลู่หยวนได้หรือไม่?
หากฆ่าได้ ทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี
แต่ถ้าฆ่าไม่ได้เล่า?
เสิ่นอวี๋เหยาสูดหายใจลึก ก่อนเป่าขลุ่ยกระดูก
ชั่วพริบตาถัดมา กลิ่นอายทรงพลังก็พุ่งขึ้นจากก้นสระ พลิกผืนน้ำให้ทะยานขึ้นสู่เบื้องบน
เงาดำสายหนึ่งทะลวงขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำ คลื่นน้ำพุ่งสู่ฟ้า กระแทกหินงอกบนเพดานถ้ำจนแหลกละเอียด
ท่ามกลางม่านน้ำ เงาดำขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นจากสระ
อสรพิษอุทกา
ลำตัวยาวหลายจั้ง เกล็ดดำปกคลุมทั่วร่าง เกล็ดแต่ละแผ่นใหญ่เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ ขอบเกล็ดสะท้อนแสงเย็นเยียบเรืองรอง
มันขดตัวอยู่บนก้อนหินยักษ์สูงที่สุดริมสระ พันรัดหินทั้งก้อนจนแน่นหนาเป็นชั้น ๆ
หัวอสรพิษก้มต่ำ กวาดตามองเสิ่นอวี๋เหยาที่อยู่ตรงมุม น้ำเสียงเผยความพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“สามปีแล้ว”
“เลือดเนื้อที่เจ้านำมาให้ รสชาติแย่ลงทุกปี”
“ตาแก่ที่เอามาวันนี้เนื้อเหนียวเกินไป ส่วนเจ้าคนอ้วนนั่นก็มีแต่มันเลี่ยน”
“แต่คนนี้...”
นัยน์ตาตั้งตรงเหลือบมองลู่หยวน แสงหม่นเรืองวาบขึ้นในดวงตาคราหนึ่ง
“ดีมาก ดีเหลือเกิน ข้าพอใจยิ่ง”
อสรพิษอุทกาขยับลำตัว โดยไม่ใส่ใจรอยเลือดบนแก้มครึ่งซีกของเสิ่นอวี๋เหยาแม้แต่น้อย
ในสายตามัน เสิ่นอวี๋เหยาก็เป็นเพียงคนส่งอาหาร
