นอกถ้ำเหมืองมีแสงไฟวูบไหวประปราย
คนงานเหมืองที่ถูกปลุกให้ตื่นต่างสวมเสื้อป่านเก่าขาด จับกลุ่มกันสองสามคนอยู่หน้าปากถ้ำ ชูคบเพลิงส่องเข้าไปในส่วนลึก
พวกเขาทำงานอยู่ในภูเขารกร้างแห่งนี้มาสามสี่ปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลึกเข้าไปในถ้ำเหมืองซ่อนความลับใดไว้
ทว่าคืนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เสียงฝีเท้าดังมาจากปากถ้ำ ฟังดูหนักอึ้ง
สิ่งแรกที่ปรากฏออกมาคือมือสีเทาซีดเปื้อนเลือดดำ นิ้วทั้งห้ากำหัวอสรพิษที่แหลกเหลวไว้แน่น
แสงไฟส่องสว่างหน้าปากถ้ำ ลู่หยวนลากซากอสรพิษออกมา ทิ้งรอยเลือดเป็นทางไว้เบื้องหลัง
คนงานเหมืองที่ถือคบเพลิงต่างยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ตาค้างจนพูดไม่ออก ฟันกระทบกันไม่หยุด
พวกเขาไม่รู้จักอสรพิษอุทกา แต่รู้ว่านี่คือปีศาจตนหนึ่ง
หากมิใช่ใต้เท้าจากสำนักปราบมารผู้นี้ ชะตากรรมของพวกเขาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ
คนงานเหมืองชราคนหนึ่งริมฝีปากสั่นระริก ก่อนเอ่ยถามว่า “ใต้เท้า ปีศาจตนนี้...ตายแล้วหรือขอรับ?”
ลู่หยวนพยักหน้า “ตายแล้ว”
ร่างของชายชราสั่นสะท้าน ขอบตาพลันแดงก่ำ
“ใต้เท้า ลูกชายข้าลงไปในถ้ำเหมืองเมื่อสามเดือนก่อน แล้วก็ไม่กลับออกมาอีกเลย”
“ท่านลั่วบอกว่าเขาหนีไปแล้ว แต่เขาอ่านหนังสือไม่ออก พอออกจากภูเขาลูกนี้ก็แยกทิศเหนือใต้ไม่ถูกด้วยซ้ำ จะหนีไปที่ไหนได้?”
“ข้าหาเขาไม่พบ ต่อมามีคนบอกว่าถ้ำเหมืองแห่งนี้กินคน ข้าไม่กล้าเชื่อ...”
ไม่กล้าเชื่อ จึงไม่คิดถึงมัน
ไม่คิดถึงมัน จึงยังมีชีวิตอยู่ต่อได้
ชายชรายังพูดไม่ทันจบ ก็ทรุดเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ หน้าผากกระแทกพื้นจนเกิดเสียงทึบ
