“ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว” กู้เสวี่ยคว้ามือซูยวนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พลางส่งสายตาไปยังตึกด้านหน้า “พวกเราเข้าไปหลบในตึกกันก่อนเถอะ”
คนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในตึก
“คนเยอะเกินไป” ซูยวนเหลือบมองแวบหนึ่ง ไม่ได้ทำตามที่บอก
แต่กู้เสวี่ยกลับไม่อยากไปต่อแล้ว
“ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว ซูยวน ฉันจ้างเธอมา เธอก็ต้องฟังฉันสิ!”
กู้เสวี่ยสะบัดมือซูยวนออก ก่อนเปลี่ยนทิศวิ่งเข้าไปในตึกทางซ้าย
ซูยวนเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้า ดูท่าเงินก้อนนี้คงหาไม่ได้แล้ว
พวกสัตว์ประหลาดไม่กลัวตายเลยสักนิด ถึงกับใช้หัวกระแทกประตูและกระจกหน้าต่างรถไฟ ประตูรถไฟหนาขนาดนั้นยังถูกพวกมันพังได้
สัตว์ประหลาดไม่ตาย แค่บาดเจ็บและเคลื่อนไหวช้าลงเท่านั้น
ตึกหลังนั้นก็ใช่ว่าจะแข็งแรงกว่ารถไฟสักเท่าไร
แต่ละคนมีทางเลือกไม่เหมือนกัน ซูยวนเลือกเคารพชะตาของคนอื่น
เสียงกรีดร้องกับพวกสัตว์ประหลาดด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ซูยวนไม่มีเวลาหยุดนาน รีบวิ่งต่อไปทันที
กู้เสวี่ยวิ่งไปถึงหน้าตึก ทุบประตูพลางร้องเรียกให้คนข้างในเปิดให้เธอเข้าไป
จู่ ๆ เธอก็เห็นว่าคนที่อยู่หลังกระจกไม่ได้มีแค่ผู้เล่น ยังมีผีร้ายอยู่ด้วย!
เธอเริ่มเสียใจขึ้นมาแล้ว
พี่สาวเคยบอกว่า ในดันเจี้ยน อย่าเชื่อผีร้ายตนไหนง่าย ๆ
ประตูกระจกเปิดออก คนข้างในเร่งเธอ
“เข้ามาสิ! เร็วเข้า พวกสัตว์ประหลาดกำลังตามมาแล้ว!”
“ไม่ต้องห่วง ผีร้ายพวกนี้ไม่ทำอะไรพวกเราหรอก แค่คิดเสียว่าพวกมันเป็นคนหนีภัยเหมือนเราก็พอ”
