ราชบุตรเขยเสิ่นยังไม่รู้ในยามนี้ว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้เขาสืบหาชาติกำเนิดของฉีเยว่ เพราะองครักษ์ลับขององค์หญิงใหญ่ได้ตรวจสอบตระกูลเสิ่นจนทะลุปรุโปร่งไปก่อนแล้ว
องครักษ์ลับที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีช่างเหมือนแมวราตรี
เขาใช้เวลาตลอดคืนซุ่มเฝ้าจวนเสนาบดีกรมพิธีการ จนพบสมุดบัญชีของเสนาบดีเสิ่น ทั้งยังคัดลอกรายการรับจ่ายเงินก้อนสำคัญบางส่วนไว้อย่างละเอียด
ยามรุ่งสาง องค์หญิงใหญ่หนิงฮวาอ้างว่าจะเข้าวังไปคารวะไทเฮา จึงขึ้นรถม้าออกจากจวนองค์หญิงใหญ่แต่เช้าตรู่ รถม้าของนางกว้างขวาง ทั้งองครักษ์และสาวใช้ที่ติดตามอยู่สองข้างล้วนเป็นคนสนิท ครั้นองครักษ์ลับลอบเข้ามารายงานในรถม้า จึงมั่นใจได้ว่าคนของราชบุตรเขยเสิ่นจะไม่ได้ยิน
“คลังลับใต้ดินของเสนาบดีเสิ่นเก็บเงินตำลึงเงินไว้อย่างน้อยเจ็ดล้านตำลึง” คำแรกขององครักษ์ลับทำให้องค์หญิงใหญ่หนิงฮวาตกใจจนยืดกายขึ้นนั่งตรง “ในนั้นมีสี่ล้านตำลึงที่องค์รัชทายาทเป็นผู้จัดสรร เมื่อสามเดือนก่อน มีเงินแปดแสนตำลึงจากตระกูลเสิ่นส่งไปยังค่ายทหารซีซานแห่งโยวโจว รับเงินโดยหยางหรงผู้บัญชาการกองทหารกับชายผู้หนึ่งที่เรียกกันว่าผู้ดูแลหวัง ทั้งยังเป็นผู้จัดซื้ออาวุธและจ่ายเบี้ยหวัดทหาร”
คิ้วตาขององค์หญิงใหญ่ฉายแววเย็นเยียบ “เงินจัดซื้ออาวุธและจ่ายเบี้ยหวัดทหารไม่เบิกจากท้องพระคลัง กลับให้เสนาบดีกรมคลังควักกระเป๋าตนเองมาสมทบหรือ? ต่อให้ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกก็ไม่มีทางเป็นไปได้ คำอธิบายเดียวก็คือ กองทัพชุดนี้เป็นกองกำลังส่วนตัว”
องครักษ์ลับรายงานต่อ “เดือนสามปีก่อน เสนาบดีเสิ่นมอบเงินคนละสามพันตำลึงให้กรรมการคุมสอบฤดูใบไม้ผลิสี่คน รวมเป็นเงินหนึ่งหมื่นสองพันตำลึง ในบรรดาผู้สอบผ่านระดับหนึ่งสิบอันดับแรก มีหกคนเป็นคนขององค์รัชทายาท ทั้งหกคนไม่มีผู้ใดถูกส่งไปดำรงตำแหน่งนอกเมือง ล้วนรับตำแหน่งอยู่ในหกกรม”
