ฮูหยินฉีเดินเข้ามา เห็นเทียบเชิญกองพะเนินอยู่บนโต๊ะ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบสังเกตไม่เห็น ความไม่พอใจผุดขึ้นมาในใจอย่างไร้สาเหตุ
เพียงเพราะองค์หญิงใหญ่มีไมตรีต่อนางมากขึ้นเล็กน้อย เทียบเชิญจากแต่ละตระกูลก็ส่งมาไม่ขาดสาย ราวกับเกล็ดหิมะ บรรดาคุณหนูในเมืองหลวงเหล่านี้ช่างรู้จักดูทิศทางลมเสียจริง
ยามส่งเทียบเชิญก็ไม่รู้จักส่งมาเผื่ออีกฉบับ ฉีเยว่เป็นบุตรีสายตรงแห่งจวนโหวเจิ้นเป่ย แล้วฉีเสวี่ยไม่ใช่บุตรีตระกูลฉีหรือไร
คนหน้าไหว้หลังหลอกทั้งนั้น!
「ฉีเยว่」ฮูหยินฉีไม่คิดเสแสร้งแสดงความรักฉันแม่ลูกอีกต่อไป นางเดินไปนั่งตรงข้ามฉีเยว่แล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา 「คุณชายรองแห่งตระกูลเสิ่น เสิ่นเซียว คนที่ก่อนหน้านี้เจ้าขว้างจนศีรษะแตกนั่น อยากรับเจ้าเป็นอนุ」
ฉีเยว่โยนเทียบเชิญในมือลงข้าง ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ 「ท่านว่าอย่างไรนะ」
「เสิ่นเซียวจะรับเจ้าเป็นอนุ วันแต่งงานก็ให้แต่งเข้าไปพร้อมกับเสวี่ยเอ๋อร์」ฮูหยินฉีกล่าวซ้ำด้วยสีหน้าสงบนิ่ง 「นี่คือคู่ครองที่ดีที่สุดเท่าที่เจ้าจะหาได้ แม้จะเป็นเพียงอนุ แต่เจ้ากับเสวี่ยเอ๋อร์เป็นพี่น้องกัน นางเป็นภรรยาเอก ส่วนเจ้าเป็นอนุ เมื่อแต่งเข้าตระกูลเสิ่นแล้ว ย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าต้องลำบาก」
ฉีเยว่คิดว่าแม่คนนี้ป่วยหนักแน่ ๆ
「ฮูหยินฉี เรื่องแต่งงานของข้ายังไม่ถึงคราวที่ท่านจะมาตัดสิน」ฉีเยว่กล่าวเสียงเย็นชา 「ท่านเห็นว่าเสิ่นเซียวดีนัก เป็นอนุของเขาแล้วไม่รู้สึกว่าต้องกล้ำกลืน ท่านก็แต่งเข้าไปเองสิ แม่ลูกปรนนิบัติสามีคนเดียวกัน ฟังดูเป็นเรื่องเล่าขานยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก」
สิ้นคำ เรือนฉยงฮวาทั้งด้านในและด้านนอกก็เงียบกริบ บ่าวไพร่ต่างมีสีหน้าเหม่อลอย ไม่กล้าเชื่อว่าตนได้ยินอะไร
แม้แต่แม่นมเติ้งยังตกตะลึง
「ฉีเยว่!」ฮูหยินฉีตบโต๊ะลุกพรวด ใบหน้าโกรธจนเขียวคล้ำ 「เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรเช่นนี้ ช่างกำเริบเสิบสาน ไร้จิตสำนึกสิ้นดี!」
