ฉีเสวี่ยบอกฮูหยินฉีด้วยความรู้สึกทั้งกระวนกระวายและตื่นเต้นว่า อีกไม่นานนางจะได้เป็นพระชายารองขององค์รัชทายาท
นางปรารถนาจะแต่งกับองค์รัชทายาทในฐานะพระชายารอง ทว่าก็กังวลว่าฉีเยว่จะเข้ามาขัดขวาง ทำลายโอกาสที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้
ฮูหยินฉีฟังจบก็ชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้ว “พระชายารองขององค์รัชทายาทหรือ?”
“เจ้าค่ะ” ฉีเสวี่ยพยักหน้า ใบหน้าเจือรอยยินดีอย่างปิดไม่มิด
ฮูหยินฉีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามตรง ๆ ว่า “เสวี่ยเอ๋อร์ วันนี้เจ้าทำสิ่งใดลงไป?”
สีหน้าฉีเสวี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ท่านแม่ เหตุใดถึงถามเช่นนี้เจ้าคะ?”
ฮูหยินฉีไม่ตอบ
แม้นางจะลำเอียงเข้าข้างเสวี่ยเอ๋อร์ แต่นางก็หาใช่คนโง่เขลาไม่
เล่ห์กลสารพัดในตระกูลผู้มีอำนาจ นางล้วนเคยพบเห็นมาแล้ว
สองวันก่อนองค์รัชทายาทยังเสด็จไปสู่ขอฉีเยว่ถึงจวนโหวด้วยพระองค์เอง เพื่อแต่งนางเป็นพระชายารอง แต่ฉีเยว่ปฏิเสธ วันนี้ฉีเสวี่ยเพิ่งไปจวนจิ้งอ๋อง กลับทำให้องค์รัชทายาทเปลี่ยนพระทัยกะทันหันและรับปากจะแต่งนางเป็นพระชายารองอย่างนั้นหรือ?
ต้องมีเรื่องใดเกิดขึ้นแน่ องค์รัชทายาทถึงได้เปลี่ยนพระทัย
“เสวี่ยเอ๋อร์” ฮูหยินฉีทำหน้าขรึม มองนางอย่างจริงจัง “บอกแม่มา เหตุใดองค์รัชทายาทจึงคิดจะแต่งเจ้าเป็นพระชายารองขึ้นมากะทันหัน? เจ้าไม่เคยไปมาหาสู่กับพระองค์ ทั้งพระองค์ก็ทรงทราบว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของเสิ่นเซียว แม้บัดนี้ตระกูลเสิ่นจะถูกคุมขัง แต่สัญญาหมั้นหมายก็ยังไม่ได้ยกเลิก ไม่มีเหตุผลใดที่เพียงเจ้าไปดื่มสุราที่จวนจิ้งอ๋องครั้งเดียว องค์รัชทายาทจะทรงชอบเจ้าขึ้นมา อีกทั้ง…”
อีกทั้งการแต่งตั้งพระชายารองก็เป็นฐานะอย่างเป็นทางการ ต้องมีพระราชโองการจากฮ่องเต้ หรือไม่ก็ให้องค์รัชทายาทส่งคนมาเจรจา หากทรงจริงใจยิ่งกว่านั้น ก็ย่อมเสด็จไปสู่ขอด้วยพระองค์เองเหมือนคราวที่ทรงไปสู่ขอฉีเยว่เป็นพระชายารอง
