ฉีเสวี่ยเห็นนางจากไป ก็รีบคำนับท่านย่า “หลานสาวขอตัวด้วยเจ้าค่ะ”
กล่าวจบก็เร่งฝีเท้าตามออกจากโถงรับรองไป
เมื่อนางเดินพ้นโถงด้านหน้า ก็เร่งฝีเท้าตามฉีเยว่ทัน “พี่หญิง”
ฉีเยว่ไม่สนใจนาง ทั้งไม่มีท่าทีจะหยุดรอ
“พี่หญิงคิดว่าตนชนะแล้วหรือ?” ฉีเสวี่ยเร่งฝีเท้าขึ้นมาขวางหน้าฉีเยว่ สีหน้าไร้อารมณ์ “ท่านย่าคอยปกป้องเจ้า เจ้าก็คิดว่าตนจะวางอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านนี้ได้แล้วใช่หรือไม่?”
ฉีเยว่หรี่ตา “เจ้าต้องการพูดอะไร?”
ฉีเสวี่ยกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ใบหน้าเผยความไม่ยินยอม “เจ้าคิดว่ามีท่านย่าคอยปกป้องแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ? ใช้ถ้วยชาทุ่มจนพี่เซียวบาดเจ็บ ก็เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าไม่อยากแต่งกับเขาใช่หรือไม่? ฉีเยว่ เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจในตนเองถึงเพียงนี้? ก่อนหน้านี้พี่เซียวไม่รู้จักเจ้า ต่อไปก็ไม่มีวันแต่งกับเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเกินจำเป็นเช่นนี้”
“เจ้าคิดมากไปแล้ว” ฉีเยว่มีสีหน้าเกียจคร้าน “ข้าทุ่มถ้วยใส่เขาก็เพราะอยากทุ่มใส่เขา กลิ่นเหม็นเน่าของเขาคลุ้งมาถึงข้า ส่วนเขาจะแต่งกับใครก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับข้า”
กล่าวแล้วนางก็ยกมุมปากยิ้ม “เจ้าชอบตัวเรือด ก็คิดว่าทุกคนจะชอบตัวเรือดเหมือนเจ้าหรือ? ขอโทษที ข้าไม่มีรสนิยมเช่นนั้น”
สีหน้าฉีเสวี่ยเดี๋ยวซีดเดี๋ยวคล้ำ นางกัดฟัน “เจ้า...”
“ตัวเจ้าก็มีกลิ่นเหม็นเน่าเช่นกัน” ฉีเยว่ถอยหลังหนึ่งก้าว คล้ายกำลังหลีกหนีสิ่งสกปรก “เจ้ากับเสิ่นเซียวเป็นพวกเดียวกัน เพราะฉะนั้นช่วยอยู่ให้ห่างจากข้าเสีย มิฉะนั้นวันใดถ้วยชาตกใส่หัวเจ้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่วงหน้า”
