“คำพูดของข้า เจ้าไม่ได้ยินหรือ?”
ราชบุตรเขยเสิ่นสีหน้าแข็งค้าง มุมปากเม้มจนซีดขาว ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงภายในรถม้า
“เสิ่นซูไป๋เป็นบุตรชายของเจ้ากระมัง?” องค์หญิงใหญ่ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป ตรัสถามตรง ๆ “นอกจากเขาแล้ว เจ้ายังมีบุตรชายอีกสองคนกับบุตรสาวหนึ่งคน”
สิ้นคำ ราชบุตรเขยเสิ่นพลันเงยหน้า ราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง เลือดฝาดบนใบหน้าหายไปจนสิ้น หนาวเหน็บถึงกระดูก
“เจ้าจะปฏิเสธก็ได้ ข้าไม่ถือสาหากจะดูเจ้าดิ้นรนเฮือกสุดท้าย” องค์หญิงใหญ่เอนกายพิงตั่งปักลายอย่างไม่ใส่ใจ พลางแย้มยิ้ม “เจ้าทรยศข้ามาสิบห้าปี กลับไม่เผยพิรุธออกมาแม้แต่น้อย ข้านับถือเจ้ายิ่งนัก”
เสิ่นเจาหมิงกำมือแน่น
“คิดจะฆ่าข้าปิดปากหรือ?” องค์หญิงใหญ่เหลือบเห็นท่าทีของเขา ยังคงยิ้ม เพียงแต่รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบกว่าเดิม “หากเจ้ายอมรับผิดแต่โดยดี ข้าอาจไว้ชีวิตบุตรชายบุตรสาวของเจ้าทั้งสี่คน มิฉะนั้นคนทั้งตระกูลเสิ่นของเจ้าจะตายไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ส่วนบุตรชายบุตรสาวของเจ้า ข้าจะทำให้พวกเขาตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด”
ร่างของเสิ่นเจาหมิงอ่อนยวบ มือที่กำแน่นคลายออกฉับพลัน เขาจมดิ่งสู่ความเจ็บปวดและสิ้นหวัง “องค์หญิง กระหม่อม...”
องค์หญิงใหญ่หนิงฮวาทอดพระเนตรเขาอย่างเย็นชา ไม่ตรัสสิ่งใด
“กระหม่อมรู้ผิดแล้ว” เสิ่นเจาหมิงก้มหน้า น้ำเสียงอดกลั้น “ขอองค์หญิงใหญ่โปรดเมตตา เปิดทางให้สักครั้ง”
“เพราะเหตุใด?” รอยยิ้มขององค์หญิงใหญ่จางลงเล็กน้อย แววตาพลุ่งพล่านด้วยความเย็นเยียบถึงกระดูก “เสิ่นเจาหมิง หลายปีมานี้ข้าปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีหรือ?”
