“น้องหญิงเป็นองค์หญิงในราชวงศ์ ได้รับการอุปถัมภ์จากราษฎรทั่วหล้า ย่อมควรเห็นความผาสุกของปวงชนเป็นสำคัญ”
องค์หญิงใหญ่ตอบโดยไม่ลังเล “คลื่นลมย่อมมีต้นเหตุ เมื่อมีคนในราชสำนักมากมายถวายฎีกากล่าวโทษเสิ่นซ่างซูขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้องหญิงเชื่อว่าคงมิใช่เรื่องไร้มูลแน่ เสิ่นซ่างซูต้องกระทำสิ่งที่ไม่สมควร จนเหล่าขุนนางเที่ยงธรรมรู้เข้า พวกเขาทนต่อไปไม่ไหว จึงร่วมกันถวายฎีกากล่าวโทษ”
ฮ่องเต้ตรัสถาม “เช่นนั้นก็จัดการตามกฎหรือ?”
องค์หญิงใหญ่ลุกขึ้น ประสานมือคำนับ “เสด็จพี่ไม่ต้องคำนึงถึงหน้าตาของน้องหญิง แม้จะเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเสด็จพี่ แต่แผ่นดินต้าโจวย่อมสำคัญกว่าสายสัมพันธ์ในครอบครัว เสด็จพี่ทรงเป็นประมุขแห่งแคว้น จำต้องทรงเที่ยงธรรม ใช้ขุนนางผู้มีความสามารถและภักดี กำจัดขุนนางชั่วกับขุนนางฉ้อฉล จึงจะสร้างยุคสมัยอันผาสุกและปลอดโปร่งให้ราษฎรแคว้นต้าโจวได้ แผ่นดินต้าโจวของเราจึงจะรุ่งเรืองมั่งคั่ง และสืบทอดยาวนานสืบไป”
“ช่างเป็นคำกล่าวที่ดีนัก รุ่งเรืองมั่งคั่งและสืบทอดยาวนาน” ฮ่องเต้แย้มสรวล “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะจัดการตามระเบียบราชการ”
“เสด็จพี่ทรงพระปรีชายิ่ง” องค์หญิงใหญ่ค้อมกาย
ทว่าฮ่องเต้กลับมีสีหน้าลำบากพระทัย “แต่ถึงอย่างไรตระกูลเสิ่นก็เป็นพระญาติฝ่ายใน จะตรวจค้นยึดทรัพย์โดยง่ายย่อมไม่เหมาะสม อีกทั้งบุตรชายคนโตของตระกูลเสิ่นยังรับตำแหน่งอยู่ในตำหนักบูรพา เมื่อเห็นแก่หน้าองค์รัชทายาท เราก็ออกพระราชโองการเช่นนี้โดยตรงไม่ได้”
องค์หญิงใหญ่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนขันอาสา “น้องหญิงอาจช่วยได้เพคะ”
ฮ่องเต้ทรงประหลาดพระทัย “เจ้าน่ะหรือ?”
“น้องหญิงกับราชบุตรเขยเสิ่นยังมิได้แตกหักกัน เสด็จพี่ทรงออกพระราชโองการได้ว่า เมื่อมีขุนนางถวายฎีกากล่าวโทษ ฮ่องเต้ย่อมเพิกเฉยไม่ได้ แต่เชื่อว่าเสิ่นซ่างซูบริสุทธิ์ จึงมีพระบัญชาให้น้องหญิงตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง หากคำกล่าวโทษไร้มูล ก็จะได้ปิดปากเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊”
ฮ่องเต้ทรงใคร่ครวญแล้วเห็นว่าวิธีนี้ใช้ได้
