ปัญหาที่แม่นมเติ้งขบคิดอยู่ ฮูหยินฉีผู้ชราก็คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ มีสองเรื่องที่นางคิดไม่ตก เรื่องแรก เหตุใดนางจึงได้ยินเสียงในใจของฉีเยว่ เรื่องที่สอง ฉีเยว่รู้เรื่ององค์ชายรัชทายาทลอบคบคิดกับศัตรูและคิดกบฏได้อย่างไร
เมื่อวานนางเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงแท้ ๆ ไฉนจึงรู้ได้ว่าภายหน้าตระกูลเสิ่นจะพลอยถูกองค์ชายรัชทายาทพัวพันไปด้วย
หากกล่าวว่านางรู้ว่าฉีเสวี่ยเป็นบุตรีของผู้กระทำความผิดเพราะมารดาบุญธรรมเผลอหลุดปาก เรื่องที่องค์ชายรัชทายาทลอบคบคิดกับศัตรูและคิดกบฏเล่า นางรู้มาจากที่ใด
ฉีเยว่ต้องทนทุกข์ลำบากอยู่ข้างนอกมาสิบห้าปีจริงหรือ
ฮูหยินผู้ชราอยากถามนางต่อหน้าเหลือเกิน ข้อสงสัยเหล่านี้อัดอั้นอยู่ในใจมาสองวันจนรู้สึกอึดอัดยิ่ง นางปรารถนาจะรู้ความจริงโดยเร็ว
ทว่าฉีเยว่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เป็นความคิดในใจของนางที่เล็ดลอดออกมา ฮูหยินผู้ชราจึงได้ยินความลับนั้น
แล้วนางควรเอ่ยถามอย่างไร
หากฉีเยว่ไม่ยอมรับเล่า
ฮูหยินผู้ชราขมวดคิ้วแน่น เมื่อนึกถึงแม่นมเติ้งที่ถูกย้ายไปปรนนิบัติฉีเยว่ นางก็ยิ่งหาคนพูดคุยด้วยได้ยาก
คงมิใช่ว่าเพิ่งย้ายไปได้ครึ่งวันก็เรียกกลับมากระมัง
ฮูหยินผู้ชราถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“ฮูหยินผู้เฒ่า” สาวใช้ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกายยกถ้วยชามาให้ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “คุณหนูใหญ่กล่าวว่าคุณชายรองตระกูลเสิ่นเลี้ยงอนุนอกเรือน ท่านคิดว่าเป็นความจริงหรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินผู้ชราชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้น
จริงด้วย เรื่ององค์ชายรัชทายาทลอบคบคิดกับศัตรูและคิดกบฏยังไม่มีทางพิสูจน์ในยามนี้ ส่วนตระกูลเสิ่นจะถูกพัวพันเมื่อใดก็ยังไม่อาจทราบได้ แต่เรื่องที่เสิ่นเซียวเลี้ยงอนุนอกเรือนนั้น หากเป็นความจริงก็ตรวจสอบได้
