ทว่าไม่ว่านางจะคิดอย่างไร เรื่องที่ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งลงมา อย่างไรก็ต้องจัดการ จะปฏิเสธย่อมไม่ได้
คืนนั้นฮูหยินฉีก็แบ่งงานจัดงานเลี้ยงรับตัวกลับตระกูลให้ผู้คนไปดำเนินการ เช้าตรู่วันถัดมา เหล่าผู้ดูแล แม่นม และสาวใช้ต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานอย่างวุ่นวาย
ฮูหยินฉีกลัวฉีเสวี่ยจะเสียใจ หลังอาหารเช้าจึงพานางไปยังสวนหลังเรือนเป็นพิเศษ อ้างว่าชมดอกไม้ แท้จริงแล้วต้องการพูดคุยกันตามลำพังฉันแม่ลูก
สวนหลังเรือนมีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งภูเขาจำลองและหอเรือน สายน้ำไหลรินอยู่ไกลจากโถงหรงอันและเรือนฉยงฮวา ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดแอบฟังอยู่หลังกำแพง
ยามปลายวสันต์ ดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง ทั่วทั้งสวนอบอวลด้วยกลิ่นหอมรื่นรมย์
สองแม่ลูกนั่งลงในศาลา
วันนี้ฉีเสวี่ยสวมเสื้อสั้นคอไขว้สีเหลืองแอปริคอตคู่กับกระโปรงจีบ บนศีรษะปักปิ่นดอกไม้ประดับหยกเหลือง ทั่วทั้งร่างดูอ่อนโยนสดใส เปี่ยมด้วยสง่าของคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้งยังไม่ขาดความน่ารักสดใสของเด็กสาว
เพียงฮูหยินฉีมองนาง หัวใจก็เปี่ยมสุข
ทว่าหลังความยินดี ความรู้สึกผิดลึกซึ้งก็พลันผุดขึ้นในใจ
ฉีเสวี่ยประคองถ้วยชาที่สาวใช้ยกมา มุมปากยกขึ้น น้ำเสียงพลันแฝงความออดอ้อนอย่างเป็นธรรมชาติ “วันนี้ท่านแม่เกิดนึกอยากเดินชมสวนขึ้นมาได้อย่างไรหรือเจ้าคะ?”
รอยยิ้มของฮูหยินฉีจางลงเล็กน้อย นางมองบุตรสาว คล้ายอยากพูดแต่ก็ลังเล
ฉีเสวี่ยมองนางอย่างระมัดระวัง “ท่านแม่ มีเรื่องใดหรือเจ้าคะ?”
ฮูหยินฉีถอนหายใจ “ท่านย่าของเจ้าอยากจัดงานเลี้ยงรับตัวฉีเยว่กลับตระกูล”
