เรือนฉยงฮวาจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว เสื้อผ้าของฉีเสวี่ยถูกนำออกไปหมด
ในตู้เสื้อผ้ายังเหลือเสื้อผ้าใหม่ที่ไม่เคยสวมอยู่สองชุด เป็นแบบที่เพิ่งตัดเย็บขึ้นในปีนี้ เนื้อผ้าล้วนประณีตยิ่ง ชุดหนึ่งเป็นกระโปรงผ้าโปร่งสีฟ้าครามดุจผืนน้ำ อีกชุดเป็นเสื้อคลุมแขนกว้างสีแดงชาดทำจากผ้าโปร่ง บนร่างสวมเสื้อเกาะอกสีเขียวกับกระโปรงเอวสูงสีบัวอ่อน แม้แต่เสื้อผ้าไหมชั้นในก็ยังปักลวดลายงดงาม
ในถังอาบน้ำมีน้ำร้อนลอยกลีบดอกไม้ ฉีเยว่แช่กายลงในน้ำอย่างผ่อนคลาย ชำระฝุ่นผงจากการเดินทาง ทั้งช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล
หลังอาบน้ำเสร็จ สาวใช้ก็ยกอาหารเข้ามา
ฉีเยว่กินจนอิ่มหนำแล้วจึงเดินเล่นย่อยอาหารในลานเรือน ส่วนเรือนชุนเฟิงซึ่งอยู่ห่างไปสองกำแพง ฉีเสวี่ยขว้างปาข้าวของที่พอจะทุบแตกได้จนหมด เสียงดังโครมครามเป็นระลอก ทำเอาสาวใช้ทั้งหลายหวาดกลัวจนไม่กล้าส่งเสียง
ฉีเสวี่ยถูกทำให้ขุ่นเคือง ความแค้นอัดแน่นเต็มอกแต่ไม่มีที่ระบาย สาวใช้ที่คอยปรนนิบัตินางจึงพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
ชาที่ชงมาไม่ถูกใจ นางก็สาดใส่หน้าสาวใช้ผู้ชงชา น้ำอาบร้อนเกินไป สาวใช้ที่ยกน้ำมาก็ถูกตบอย่างแรงหนึ่งฉาด
ตอนถ้วยชาตกกระแทกพื้น เศษกระเบื้องกระเด็นบาดขา นางคว้าแส้ขึ้นมาแล้วฟาดใส่สาวใช้ราวกับคนเสียสติ
เหล่าสาวใช้ต่างขมขื่นจนพูดไม่ออก
ฉีเยว่ไม่รู้เรื่องวุ่นวายในเรือนชุนเฟิงแม้แต่น้อย นางพิงหัวเตียง มือถือหนังสือพลิกอ่านไปเรื่อย ๆ ทว่าความคิดกลับวนเวียนอยู่กับเรื่องจวนโหวเจิ้นเป่ย
ฉีเหิง โหวเจิ้นเป่ย ได้บรรดาศักดิ์โหวมาจากความชอบทางการทหาร เข้าสู่สนามรบมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว และนำทัพรักษาชายแดนเพียงลำพังมาสิบเจ็ดปี เป็นเสาหลักของแคว้นต้าโจวในยามนี้
