ป้ายไม้สลักอักษร “ช่าง” อยู่ในมือฉีเหล่าเกิน เราสองคนสบตากัน ต่างเห็นแววกังวลในดวงตาของอีกฝ่าย
“นี่คือสัญลักษณ์ของสำนักช่างเทพ” ฉีเหล่าเกินพลิกป้ายไม้ดูไปมาสองรอบ สีหน้าหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ “เป็นสาขาหนึ่งของสำนักหลู่ปันฝ่ายใต้ ทำมาหากินด้วยวิชาสาปแช่ง ขอแค่มีเงิน เรื่องเลวทรามแค่ไหนก็ทำทั้งนั้น”
“สำนักช่างเทพหรือ?” ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก “แม่ม่ายหลี่เป็นคนของสำนักช่างเทพหรือ?”
“ก็คงไม่ผิดจากนี้” ฉีเหล่าเกินตอบ
ผมเกาศีรษะ รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด
เมื่อสิบปีก่อน ผมคิดว่าหวังจงเฉวียนเป็นคนทำร้ายผม ตอนนี้หวังจงเฉวียนตายไปแล้ว กลับมีแม่ม่ายหลี่โผล่มาอีกคน
เบื้องหลังแม่ม่ายหลี่ ยังมีองค์กรที่ชื่อ “สำนักช่างเทพ” อยู่อีก
เรื่องนี้ลึกกว่าที่ผมคิดไว้มาก
“แม่ม่ายหลี่ลงวิชาสาปแช่งใส่ผมก็พอเข้าใจได้ ยังไงผมก็ไปเห็นเรื่องชั่ว ๆ ระหว่างหล่อนกับหวังจงเฉวียนเข้า แต่ทำไมหล่อนถึงต้องฆ่าหวังจงเฉวียนด้วย? พวกเขาไม่ใช่คนรักกันหรือ?”
ภาพชั่วช้าที่เกิดขึ้นในอารามเต๋าเมื่อครั้งนั้นผุดขึ้นมาเบื้องหน้า ภาพแม่ม่ายหลี่กับหวังจงเฉวียนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างลืมตัว ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
พวกเขารักกันดีไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมถึงลงมือฆ่าผู้ชายของตัวเองได้อย่างเลือดเย็น?
ฉีเหล่าเกินหัวเราะเยาะ “คนรักหรือ? ไอ้หนุ่ม แกยังเด็กเกินไป! โลกนี้ไม่มีคนรักที่ยั่งยืน มีแต่ผลประโยชน์ที่ยั่งยืน!”
“การฆ่าคนก็มีจุดประสงค์อยู่สองอย่าง...” เขาชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว “อย่างหนึ่งคือเรื่องรัก อีกอย่างคือเรื่องเงิน”
“พูดได้ถูกต้องที่สุด!”
สิ้นเสียงฉีเหล่าเกิน เสียงผู้หญิงใสกังวานก็ดังมาจากหน้าประตูครัว แม้เสียงไม่ดัง แต่กลับเหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงข้างหูเรา
