ใช่แล้ว!
คำพูดของฉีเหล่าเกินทำให้ผมตาสว่าง
ตอนนี้เลขาหมู่บ้านหวังถูกวิชาสาปแช่งเล่นงานจนตาย แสดงว่าเขาไม่รู้วิชาสาปแช่งเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นวิชาสาปแช่งที่ทำให้ผมกลายเป็นใบ้เมื่อสิบปีก่อน ก็ไม่ใช่ฝีมือเลขาหมู่บ้านหวัง
แต่คนที่รู้เรื่องในอารามเต๋ามีอยู่แค่สามคน
ผม หวังจงเฉวียน แล้วก็แม่ม่ายหลี่
ผมไม่มีทางทำร้ายตัวเอง หวังจงเฉวียนก็ใช้วิชาสาปแช่งไม่เป็น ที่เหลือก็มีแค่...แม่ม่ายหลี่
“ท่านฉี ท่านหมายความว่า...คนที่ทำร้ายผมคือแม่ม่ายหลี่หรือครับ?” ผมแทบไม่อยากเชื่อ
ในความทรงจำของผม แม่ม่ายหลี่เป็นคนอ่อนแอบอบบาง พูดจาเสียงเบา คนแบบนั้นจะใช้วิชาสาปแช่งอำมหิตเช่นนี้ทำร้ายคนได้อย่างไร?
“ทำไมล่ะ? ผู้หญิงอ่อนแอจะทำร้ายคนไม่เป็นหรือไง?” ฉีเหล่าเกินจุปากสองครั้ง ก่อนจะปรายตามองผม
“แต่ว่า...” ผมยังคิดไม่ตก “แม่ม่ายหลี่กับเลขาหมู่บ้านหวังเป็นชู้กัน แล้วทำไมเธอถึงฆ่าเลขาหมู่บ้านหวังล่ะ? อีกอย่าง เลขาหมู่บ้านหวังตายไป เธอจะได้ประโยชน์อะไร?”
“หึ!” ฉีเหล่าเกินหัวเราะเย็นชา “บรรพบุรุษพูดไว้ตั้งนานแล้วว่า จิตใจสตรีนั้นอำมหิตที่สุด พอผู้หญิงเอาจริงขึ้นมา ไม่มีเรื่องไหนที่ทำไม่ได้...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงลับมีดดังแกรก ๆ จากในครัว
เสียงแม่ดังลอดออกมาจากในครัว แฝงความเย็นเยียบ “มีดทื่อแล้ว สับกระดูกยังไม่คมเลย...ต้องลับเสียหน่อย...”
“แน่นอนว่าแม่ของเธอเป็นข้อยกเว้น!”
ฉีเหล่าเกินหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง รีบลากผมให้เดินห่างออกมาเล็กน้อย แล้ววิเคราะห์ต่อ “หมอนฝันร้ายฉันเจอใต้แผ่นเตียงของเลขาหมู่บ้านหวัง คนที่จะซ่อนของไว้ใต้แผ่นเตียงของเขาได้ นอกจากเมียตัวเอง ก็มีแม่ม่ายหลี่นี่แหละ
