ไม่กี่นาทีต่อมา เสิ่นเช่อก็เดินออกมา ในมือถือใบเสร็จรับเงินใบเล็ก ๆ “ส่งออกไปแล้ว เขาบอกว่าประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะถึง”
“อืม” หลินชิงเยวี่ยรับใบเสร็จรับเงินมา พับเก็บอย่างระมัดระวังแล้วใส่กระเป๋า “ขอบคุณนะ”
“กับฉันยังจะเกรงใจอีก” เสิ่นเช่อยิ้ม ริ้วรอยตรงหางตาดูอ่อนโยนลง “ทำไมหมานหมานยังไม่ออกมาอีกล่ะ ฉันเข้าไปดูอีกรอบดีกว่า”
เสิ่นเช่อยังเดินไปไม่ถึงประตู ก็เห็นหลี่หมานหมานก้าวฉับ ๆ ออกมา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มผ่อนคลาย “เรียบร้อยแล้ว! คุณลุงคนนั้นบอกว่าจะรีบติดต่อกลับมา ให้พวกเรารออย่างสบายใจได้เลย”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว” หลินชิงเยวี่ยถอนหายใจโล่งอก “คราวนี้เธอก็นอนหลับสบายได้แล้วสินะ”
“นั่นสิ” หลี่หมานหมานตบอกเบา ๆ “เมื่อกี้ตอนโทรศัพท์ ฝ่ามือฉันชุ่มเหงื่อไปหมดเลย”
เสิ่นเช่อเข็นจักรยาน “กลับกันเถอะ!”
ตอนพวกเขากลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว ป้าหูกับจางซานจู้รออยู่ในลานบ้านของหลี่หมานหมานมาตลอด พอเห็นพวกเขากลับมา ก็รีบเดินเข้ามาถาม “หมานหมาน……”
ป้าหูดึงหลี่หมานหมานเข้ามา แล้วถามอย่างเป็นห่วง “หมานหมาน ชิงเยวี่ย เสิ่นเช่อ หิวกันแล้วใช่ไหม! ป้าทำอาหารเสร็จแล้ว มากินกันก่อนเถอะ”
หลี่หมานหมานรู้สึกอบอุ่นใจ ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง “ป้าหู ปล่อยให้ป้ากับพี่ซานจู้รอนานขนาดนี้ ฉันเกรงใจจริง ๆ”
จางซานจู้เกาหัวพลางยิ้ม “ไม่เป็นไร พวกเราก็เพิ่งรอได้ไม่นาน รีบเข้าบ้านเถอะ อาหารยังอุ่นอยู่เลย”
