เฉินจื่อหมิงเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก มือที่ฉุดหลินเว่ยเว่ยยิ่งออกแรงมากขึ้นอีกหลายส่วน “ไปกันเถอะ ไปกัน เว่ยเว่ย อย่ามาทำขายหน้าอยู่ที่นี่!” ในใจเขาด่าหลินเว่ยเว่ยไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พันรอบแล้ว ไม่ว่าเธอจะเกิดใหม่หรือไม่เกิดใหม่ หากยังอาละวาดต่อไป พวกเขาสองคนคงถูกมองว่าเป็นคนบ้าแล้วจับตัวไปทั้งคู่แน่
แต่หลินเว่ยเว่ยกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน จ้องหลินชิงเยวี่ยเขม็ง แววตาวาววับด้วยความมั่นใจอย่างบ้าคลั่ง “เธอเกิดใหม่จริง ๆ ด้วย! เธออยากฮุบพื้นที่ในจี้หยกไว้คนเดียว! หลินชิงเยวี่ย ฉันบอกเธอไว้เลยว่าไม่มีทาง! ชาติก่อนฉันยังแย่งโอกาสของเธอมาได้ ชาตินี้ฉันก็แย่งได้เหมือนกัน ไม่มีวันปล่อยให้เธอสมหวังแน่!”
เธอกระชากมือเฉินจื่อหมิงหลุดอย่างแรง ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงกับผลักเสิ่นเช่อออกไป แล้วพุ่งมือเข้าใส่อกของหลินชิงเยวี่ย เธอรู้ว่าหลินชิงเยวี่ยต้องสวมจี้หยกไว้แนบตัวแน่นอน
“รนหาที่ตาย!” เสิ่นเช่อมีปฏิกิริยาว่องไว เขาพลิกมือคว้าข้อมือเธอไว้ทันที แรงบีบหนักกว่าเมื่อครู่ จนหลินเว่ยเว่ยเจ็บปวดถึงกับน้ำตาพุ่งออกมาทันที
“อ๊า!” เสียงกรีดร้องของหลินเว่ยเว่ยกรีดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน “ปล่อยฉันนะ! พี่จื่อหมิงช่วยฉันด้วย! เขาจะฆ่าคน!”
โชคดีที่บ้านของหลินชิงเยวี่ยอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่อย่างนั้นชาวบ้านคงถูกเสียงร้องเรียกให้มาดูกันตั้งนานแล้ว
เฉินจื่อหมิงรีบเข้าไปแกะมือเสิ่นเช่อ “สหาย ใจเย็นก่อน! เธอแค่เลอะเลือนไปชั่วครู่!” พูดจบก็หันไปมองหลินชิงเยวี่ย “หลินชิงเยวี่ย ยังไงเว่ยเว่ยก็เป็นน้องสาวของเธอ เธอทำใจร้ายแบบนี้ได้ยังไง”
