เสิ่นเช่อถือชามกับตะเกียบเดินเข้าไปในครัว ไม่นานเสียงน้ำไหลซ่าก็ดังขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ
ส่วนหลินชิงเยวี่ยกำลังเล่นกับเหมยฉิวอยู่ในลานบ้าน
เธอยองลงกับพื้น ใช้ปลายนิ้วคีบเนื้อกระต่ายชิ้นที่กินเหลือไว้ แกว่งไปมาตรงหน้าเหมยฉิว
เจ้าตัวเล็กหมุนวนอยู่กับที่อย่างร้อนใจ หางแกว่งไหวราวกับดอกไม้ที่กำลังบาน ส่งเสียงครางออดอ้อนเป็นระยะ พอเธอเผลอก็พุ่งปราดเข้ามาคาบเนื้อวิ่งไปที่มุมกำแพง หมอบลงกับพื้นแล้วก้มหน้ากินอย่างตะกละตะกลาม ดวงตากลมโตยังคอยเหลือบมองเธออย่างระแวดระวัง ทำเอาหลินชิงเยวี่ยอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เสิ่นเช่อเดินออกจากครัวมาพอดีและบังเอิญเห็นภาพนั้น ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว ในใจราวกับถูกบางสิ่งกระทบเบา ๆ ให้รู้สึกซาบซ่านและอ่อนหวานอย่างบอกไม่ถูก
รอยยิ้มนั้นราวกับก้อนกรวดที่ตกลงในทะเลสาบกลางใจอันเงียบสงบของเขามานานกว่ายี่สิบปี คลื่นวงแล้ววงเล่าพลันกระเพื่อมออกไป แม้แต่อากาศรอบตัวก็ยังเหมือนอบอวลไปด้วยความหวาน
เหมยฉิวกินเนื้อเสร็จก็แกว่งหางวิ่งมาคลอเคลียขาหลินชิงเยวี่ย เธอยื่นมือไปลูบหัวลูกหมาเบา ๆ พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาของเสิ่นเช่อที่กำลังมองมา
หลินชิงเยวี่ยชะงักไปเมื่อถูกเขาจ้อง แก้มพลันร้อนผ่าว รอยยิ้มเมื่อครู่ยังค้างอยู่บนใบหน้า เธอเบือนหน้าหนีโดยไม่รู้ตัวแล้วถามเสียงเบา “ล้าง...ล้างเสร็จแล้วเหรอ”
เสิ่นเช่อถึงได้สติกลับมา ราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำผิด ใบหูแดงขึ้นเงียบ ๆ เขารีบพยักหน้า “อืม ล้างเสร็จแล้ว งั้นฉัน...กลับก่อนนะ”
