ไป่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายความว่าอะไร เพิ่งเจอกันก็อยากสืบเรื่องฉันแล้วเหรอ?”
ซ่งจือสวี่ลุกขึ้นยืน พูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณกับพี่อาเจี้ยนเป็นอะไรกันแน่?”
“อาเจี้ยน? ศาสตราจารย์ฉี?”
“ใช่!”
ซ่งจือสวี่ดูเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจอย่างเต็มตัว แม้แต่ท่าทีสำรวมที่เคยมีต่อฉีเจี้ยนก็หายไปหมดสิ้น
แต่ไป่ลั่วไม่ใส่ใจ ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งแสดงว่าฉีเจี้ยนไม่ได้มีใจให้คนตรงหน้า
เธอหัวเราะเบา ๆ “ตอนนี้ฉันกับศาสตราจารย์ฉีเป็นอาจารย์กับนักศึกษา นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเพื่อนของพี่ชายฉัน ส่วนเรื่องอื่นฉันไม่มีหน้าที่ต้องอธิบายให้คุณฟัง”
มาหาเรื่องเธอถึงที่ คิดว่าเธอเป็นลูกพลับนิ่มที่บีบง่ายหรือไง?
เธอแค่เป็นสายกลัวคนและขี้อายนิดหน่อย ไม่ได้แปลว่าจะรังแกกันได้!
ซ่งจือสวี่ได้ยินคำพูดของเธอก็ยิ่งโมโห ประโยคสุดท้ายพูดเหมือนฉีเจี้ยนไม่มีผิด
เธอรู้สึกเจ็บปวดใจ “เมื่อคืนพี่อาเจี้ยนเป็นคนอุ้มคุณกลับไป! เขากอดเอวคุณด้วย!”
แม้แต่น้ำเสียงตอนพูดยังเต็มไปด้วยความเอ็นดู นั่นทำให้เธออิจฉาจนแทบคลั่ง
เธอไม่อยากนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะมีแต่จะทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม
คนที่เฝ้ารอมานานขนาดนี้ กลับไปกอดเอวผู้หญิงคนอื่น
เธอโกรธจนไม่ได้นอนทั้งคืน ร้องไห้จนตาบวม
สมองของไป่ลั่วแทบระเบิด เธอร้องอุทาน “อะไรนะ! เมื่อคืนเขากอดเอวฉันเหรอ?”
“ใช่สิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่รู้!”
“ฉัน...ฉันไม่รู้จริง ๆ” เมื่อคืนเธอเมาหนักจนจำอะไรไม่ได้เลย
