ฉีเจี้ยนก้มเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้ถือให้อุ่นมือ ไป่ลั่วก็แย่งไปเสียแล้ว
เธอรีบยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วหัวเราะแห้ง ๆ
“ขอบคุณนะคะ ศาสตราจารย์ฉี คุณเป็นคนดีจริง ๆ”
ฉีเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผู้หญิงดีงามก็พูดคำหยาบเป็นด้วยเหรอ”
ไป่ลั่วเกาหัว อยากเอาหัวโขกกำแพงให้ตายไปเสีย เธออึกอักตอบว่า “ฉันแค่… เผลอพูดออกไปโดยไม่ทันคิด”
“ไม่ทันคิด… งั้นก็แปลว่าเธอพูดบ่อยสินะ”
ไป่ลั่วก้มหน้า เม้มปากแน่นไม่พูดอะไร พออยู่ต่อหน้าเขา เธอมักจะประหม่าโดยไม่รู้ตัวจนเหงื่อเย็นผุดออกมา
ราวกับว่าทุกอย่างที่เธอเสแสร้งไว้จะถูกเขาเปิดโปงจนหมด
“ออกไปเถอะ พี่ชายเธอรออยู่”
“ค่ะ ๆ”
ไป่ลั่วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น ฉีเจี้ยนเดินตามหลังเธอมา
เมื่อลงไปข้างล่าง ไป่อวี่นอนแผ่อยู่บนโซฟา ริมฝีปากซีดขาว ไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
ไป่ลั่วเดินไปหาเขา รู้สึกผิดอยู่บ้าง
“พี่ชาย หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าคู่ดูตัวของพี่คือคนที่พี่แอบชอบ ไม่อย่างนั้นหนูคงพูดชมพี่ในแง่ดีแล้ว”
เขายกมือขึ้น สีหน้าสิ้นหวังพลางพูดว่า “ไม่โทษเธอหรอก เพราะแม้แต่ฉันก็ยังไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่”
ไป่ลั่วถามอย่างระมัดระวังว่า “แล้วพี่กับเธอยังมีโอกาสไหม”
สิ่งที่เธอพูดไปฟังดูไม่น่าฟังเลย แถมยังไล่เรียงข้อเสียของเขาออกมาเป็นข้อ ๆ อีก
ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเก็บไปคิดหรือเปล่า…
ไป่อวี่ส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้ แค่แลกแอปแชทจีนกัน แล้วหลังจากนั้นเธอก็กลับไป”
