ฉีเจี้ยนถามกลับว่า “คุณคิดว่าเธอจะปฏิเสธฉันอีกไหม?”
มุมปากไป่ลั่วกระตุก มือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังลูบคลำโทรศัพท์ไปมา เขากลับโยนคำถามมาให้เธออีกแล้ว
“อืม…น่าจะปฏิเสธนะ ครั้งแรกยังมีได้ ครั้งที่สองก็ต้องมีได้เหมือนกัน”
เธอไม่ได้โกหกเขา เธอจะปฏิเสธเขาจริง ๆ นั่นแหละ…
ฉีเจี้ยนเดินไปที่ราวบันได ใช้มือทั้งสองข้างเท้าไว้ “ถ้าคุณคิดว่าเธอจะปฏิเสธ งั้นเธอก็คงปฏิเสธฉันจริง ๆ ฉันควรจับเธอกลับมาดีไหมนะ”
เขาหันกลับมามองไป่ลั่ว แววตาสงบนิ่ง ทว่ามีอารมณ์บางอย่างแฝงอยู่
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ ฉีเจี้ยนก็พูดขึ้นมาก่อน “น่าจะปฏิเสธมั้ง แต่คงไม่แจ้งตำรวจหรอก เรื่องที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจ แจ้งตำรวจก็หมดสนุกพอดี”
ไป่ลั่วผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ “จริงด้วย แจ้งตำรวจก็หมดสนุกพอดี”
ดีแล้ว ขอแค่ไม่แจ้งตำรวจ เธอก็พนันได้เลยว่าฉีเจี้ยนหาเธอไม่เจอ
“กลับกันเถอะ ถึงเวลากลับแล้ว” ไป่ลั่วเดินนำไปก่อน พยายามเลี่ยงไม่ให้เดินข้างเขา แต่ขายาว ๆ ของเขาก็ก้าวตามมาทันอย่างรวดเร็ว
เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากค่อย ๆ เดินไป “ศาสตราจารย์ฉี คุณคิดว่าจะสอนที่มหาวิทยาลัยหยุนจิงนานแค่ไหนคะ?”
“ไม่รู้สิ อาจจะอีกนาน หรือเทอมหน้าก็อาจเลิกสอนแล้ว”
“คุณสอนได้ดีนะคะ ฉันว่าคุณสอนต่อไปเถอะ”
เขาขานรับในลำคอ “สอนได้ดีเหรอ ไม่เห็นคุณมาเรียนกี่คาบเลย”
ไป่ลั่วยิ้มเจื่อน ๆ เขาจะพูดเปิดโปงกันตรง ๆ แบบนี้เลยเหรอ “ก็เพราะเรียนแล้วง่วงมากนี่คะ ทนไม่ไหวจริง ๆ”
“งั้นก็แปลว่าความรู้ที่ฉันสอนน่าเบื่อ เป็นความผิดของฉันเอง”
