ปลายนิ้วของไป่ลั่วเกร็งแน่น เธอถอนหายใจออกมา
สถานการณ์แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน มีไป่อวี่อยู่ด้วย เขาคงไม่กล้าทำอะไรหรอก
เธอขึ้นไปนั่งเบาะหลังด้วยตัวเอง ฉีเจี้ยนมองเธอผ่านกระจกมองหลัง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ
ร่างบอบบางของไป่ลั่วแนบชิดกับกระจกรถ เธอพยายามไม่สนใจสายตาของเขา แถมยังยกมือขึ้นบังอย่างจงใจ ไม่ให้เขามองเห็น
ไป่อวี่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ หันไปมองฉีเจี้ยน “อาเจี้ยน ช่วงนี้นายก็อยู่หยุนเฉิงเหรอ ทำไมไม่เห็นได้ยินนายพูดถึงเลย”
เขาขานรับ “กลับมาสักพักน่ะ แฟนอยู่หยุนเฉิง”
“เชี่ย!” เขาตกใจอย่างมาก “คราวก่อนแฟนนายเทนัดไม่ใช่เหรอ แล้วไปนัดเจอกันในโลกจริงตั้งแต่เมื่อไหร่”
ฉีเจี้ยนสตาร์ตรถ หมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียว หางตาเหลือบมองไป่ลั่วเป็นระยะ
“เธอเทนัดฉัน ฉันก็ไปหาเธอเอง”
ไป่อวี่จุ๊ปากแล้วเกลี้ยกล่อม “นายจะยอมเธอเกินไปแล้วนะ ทั้งที่เธอเทนัดนาย นายยังเป็นฝ่ายไปหาเองอีก เห็น ๆ อยู่ว่าเธอไม่ได้สนใจนาย”
ไป่ลั่ว: …
“เธอ…จะสนใจฉันเอง”
“นายก็ช่างมุ่งมั่นจริง ๆ ผ่านมาตั้งสองปีแล้วยังคิดถึงเธออยู่เลย” เขาถอนหายใจ พิงเบาะนั่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาแล้วเศร้าลงกะทันหัน
“ไม่รีบหรอก ฉันรอเธอได้”
“อืม…หวังว่านายจะรอไหวก็แล้วกัน” ไป่อวี่หลับตาลง นวดขมับด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ไป่ลั่วฟังอยู่ด้านหลัง ไม่คิดจะพูดแทรกสักคำ ไม่อย่างนั้นเธอคงตายแน่
